การพัฒนาประสิทธิภาพอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับให้สามารถใช้ในการเกษตรแบบครบวงจรในชุดเดียว เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเป็นผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิและพืชไร่ จังหวัดสุรินทร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่องภาษาไทย : การพัฒนาประสิทธิภาพอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับให้สามารถใช้ในการเกษตรแบบครบวงจรในชุดเดียวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเป็นผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิและพืชไร่ จังหวัดสุรินทร์ซื่อผู้วิจัย : นายวัลลภ โคตรพันธ์ และ นายเดชณรงค์ วนสันเทียะมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปีงบประมาณ 2564 จำนวนหน้า 95บทคัดย่อ งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ 1) เพื่อออกแบบและพัฒนาประสิทธิภาพของอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับให้สามารถใช้ในการเกษตรแบบครบวงจรในชุดเดียวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเป็นผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิและพืชไร่ จังหวัดสุรินทร์ 2) เพื่อหาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง อัตราการหยอดเมล็ดพันธุ์ต่อไร่ และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของอุปกรณ์ฯ และ 3) เพื่ออบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาประสิทธิภาพของอุปกรณ์ฯ เพื่อเกษตรกรมีความรู้และสามารถนําความรู้ที่ได้ไปใช้และต่อยอดนําไปประยุกต์ใช้ในงานเกษตร โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัย คือ ศึกษาเอกสารเพื่อออกแบบและพัฒนาประสิทธิภาพ ออกแบบอุปกรณ์ฯ เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ สร้างต้นแบบอุปกรณ์ฯ หาประสิทธิภาพ และจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะรวบรวมกระบวนการทำงานที่มีหลายขั้นตอนมาทำการทำงานให้เสร็จในขั้นตอนเดียวเพื่อลดต้นทุนในการจ้างงานและลดเวลาในการทำงานโดยมีขั้นตอนคือหลังติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับจะใช้กำลังฉุดลากจากรถไถแบบนั่งขับหรือที่เรียกว่ารถแทรกเตอร์ ผลการศึกษามีดังนี้ หลักการทำงานของอุปกรณ์ต่อพ่วงคือขณะเคลื่อนที่ระบบไฮดรอลิกจะวางลงพื้นดินและระบบพีทีโอจะทำให้อุปกรณ์ที่หนึ่งคือเครื่องพรวนดินทำงานขณะเครื่องพรวนดินทำงานพร้อมกับอุปกรณ์ที่สองคือระบบเครื่องพ่นยาเพื่อทำการพ่นปุ๋ยหรือสารบำรุงดิน ขณะรถไถขับเคลื่อนจะลากหมุนจากล้อส่งเฟืองและโซ่ไปยังเพลากลาง และแกนเพลาของอุปกรณ์ที่สามคือเครื่องใส่ปุ๋ยเพื่อทำการหมุนตักเมล็ดปุ๋ยเมล็ดโรยลงสู่แปลงนา ชุดหมุนจะหมุนให้ชุดเฟืองดอกจอกส่งกำลังไปยังเพลาแนวตั้งขับจานจ่ายให้หมุนอุปกรณ์ที่สี่คือเครื่องหยอดเมล็ดนำพาเมล็ดพันธุ์ลงไปอยู่ในรูของจานจ่ายให้ไปตรงกับรูด้านล่างของกระบะส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวผ่านท่อยางไปยังร่องปลูกบนแปลง ซึ่งถูกชุดเปิดร่องเปิดรอไว้และจะถูกกลบด้วยที่ฝั่งกลบที่ออกแบบไว้จะถูกกำหนดตามวงล้อขับเคลื่อนที่เรากำหนดไว้ หากว่าหลังจากทำการหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิหรือเมล็ดพันธุ์พืชไร่แล้วเสร็จหากไม่มีน้ำเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตก็นำอุปกรณ์ที่ห้าคือเครื่องสูบน้ำ ที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับให้สามารถใช้ในการเกษตรแบบครบวงจรในชุดเดียวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเป็นผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิและพืชไร่จังหวัดสุรินทร์ ทำการสูบน้ำเข้าสู่ระบบได้ หรือหากต้องการนำน้ำออกจากระบบก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน การพัฒนาประสิทธิภาพเครื่องดังกล่าวมีส่วนประกอบ คือ เครื่องพรวนดินมีการทำงานได้โดยอาศัยการฉุดลากของรถแทรกเตอร์และการขับเพลาอำนวยกำลังจากรถแทรกเตอร์ผ่านไปยังเพลารับกำลัง หลังจากนั้นจะส่งกำลังต่อไปยังห้องเกียร์จะมีเพลาไปขับโซ่เพื่อที่จะส่งกำลังขับไปยังเพลาของใบมีดทำการย่อยดิน โดยมีระบบขับเคลื่อนที่เป็นห้องเกียร์ชิดเฟืองดอกจอกแบบฟันโค้ง อัตราทด 1.4 : 1 มีห้องโซ่ส่งผ่านกำลังด้านซ้าย มีความกว้าง 1.73 เมตร น้ำหนัก 260 กิโลกรัม มีใบมีดตีดินด้านซ้าย 24 ใบ ด้านขวา 24 ใบ ด้านการทำงานของเครื่องพ่นยาทำงานได้โดยอาศัยการฉุดลากของรถและการขับเพลาอำนวยกำลังจากรถแทรกเตอร์ผ่านไปยังสายพานเพื่อให้ลูกสูบดันน้ำออกไปที่หัวพ่น โดยมีแรงดัน 21-45 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร รอบการทำงาน 800-1200 รอบต่อนาที ด้านการทำงานของเครื่องใส่ปุ๋ย และ เครื่องหยอดเมล็ดมีหลักการทำงานร่วมกับเครื่องหยอดเมล็ดมีหลักการทำงาน คือ เริ่มจากที่ระบบส่งกำลัง โดยใช้แรงขับเคลื่อนจากรถไถ จากนั้นวงล้อจะทำการหมุน เพื่อให้ระบบทำงานพร้อมกันกับเครื่องหยอดเมล็ด และการทำงานของเครื่องสูบน้ำทำงานได้โดยอาศัยการฉุดลากของรถแทรกเตอร์และการขับเพลาอำนวยกำลังจากรถแทรกเตอร์ผ่านไปยังสายพานเพื่อให้ลูกสูบดันน้ำออก โดยเป็นเครื่องสูบน้ำแบบปั๊มน้ำดูดน้ำเข้าเก็บในเครื่องอัตโนมัติระยะเวลาที่ดูดน้ำเข้าเก็บในเครื่อง 150 วินาที ที่ 5 เมตร ระยะส่งน้ำสูงสุดไม่น้อยกว่า 23 เมตร ระยะสูบน้ำลึกสุดไม่น้อยกว่า 7.5 เมตร ปริมาตรสูบน้ำได้สูงสุดไม่น้อยกว่า 1,100 ลิตรต่อนาที เส้นผ่าศูนย์กลางท่อดูด-ส่ง 3 นิ้ว มีผลการหาประสิทธิภาพพบว่าในการทำนาพื้นที่ 1 ไร่ ใช้เวลาเฉลี่ยที่ใช้ต่อครั้ง 21.66 นาที ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ใช้ ในการหยอดเฉลี่ยที่ใช้ต่อครั้ง 8.40 กิโลกรัม ใช้ปุ๋ยน้ำหรือสารบำรุงดินที่ใช้ในการพ่นเฉลี่ยที่ใช้ต่อครั้ง 8.45 ลิตร ใช้ปุ๋ยเม็ดที่ใช้ในการหยอด 9.50 กิโลกรัม และใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อครั้ง 4.32 ลิตร มีค่าใช้จ่าย คือ ค่าการตีดิน หยอดมะเล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารบำรุงดิน หยอดปุ๋ยเม็ด ต่อ 1 ไร่ใช้เวลาเฉลี่ย 21.66 นาที เฉลี่ยเป็นเงินค่าแรงคนขับ 20.58 บาท เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ใช้ ในการหยอดต่อ 1 ไร่ เฉลี่ย 8.40 กิโลกรัม เป็นเงิน 211.25 บาท ปุ๋ยน้ำหรือสารบำรุงดินที่ใช้ในการพ่นต่อ 1 ไร่ เฉลี่ย 8.45 ลิตร ปุ๋ยเม็ดที่ใช้ในการหยอดต่อ 1 ไร่ เฉลี่ย 9.50 กิโลกรัม น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ต่อ 1 ไร่ เฉลี่ย 4.32 ลิตร โดยหากเปรียบเทียบต้นทุนในการปลูกข้าวเปรียบเทียบกับแบบดั้งเดิมกับแบบที่ใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับให้สามารถใช้ในการเกษตรแบบครบวงจรในชุดเดียว นั้นจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นคือ ต้นทุนค่าจ้างเหมาดำเนินการพรวนดินในพื้นที่ 1 ไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 216.66 บาท ราคาต้นทุนค่าจ้างเหมาดำเนินการพ่นปุ๋ยหรือสารบำรุงดินในพื้นที่ 1 ไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 193.33 บาท ราคาต้นทุนค่าจ้างเหมาดำเนินการใส่ปุ๋ยเมล็ดในพื้นที่ 1 ไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 53.33 บาท และราคาต้นทุนค่าจ้างเหมาดำเนินการหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ 1 ไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 240.00 บาท หากนำมารวมกันแล้วเป็นเงินมากถึง 703.32 บาท ส่วนต้นทุนค่าจ้างเหมาดำเนินการสูบน้ำเข้าแปลงนา ในพื้นที่ 1 ไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 103.33 บาท เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้ว การนำอุปกรณ์ต่อพ่วงไปอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถแบบนั่งขับให้สามารถใช้ในการเกษตรแบบครบวงจรในชุดเดียวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเป็นผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิและพืชไร่จังหวัดสุรินทร์ มีราคาถูกกว่า