กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) กำกับ ติดตาม และประเมินผลโครงการ 2) วิเคราะห์ ห่วงโซ่คุณค่าการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และ 3) สร้างชุดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของตำบลแม่วิน การวิจัยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจาก การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มหัวหน้าโครงการ 13 คน กลุ่มเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโครงการ 16 คน และกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ 26 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ร้อยละ และส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงเหตุและผล ผลการประเมิน กำกับและติดตาม พบว่า ผลการประเมินความสำเร็จที่ดำเนินงานในมิติของผลผลิตในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.018 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการภายใต้แผนบูรณาการ สามารถดำเนินโครงการบรรลุผลในมิติของผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินตามตัวชี้วัดที่ได้กำหนดไว้ ผลการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าการท่องเที่ยวที่จะนำไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พบว่า ชุมชนต้องพัฒนากระบวนการจัดการและการสร้างมูลค่าเพิ่มของการท่องเที่ยวโยชุมชนและผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับต้น ระดับกลางน้ำ และระดับปลายน้ำ และผลการสร้างชุดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ พบว่า ใช้ชุดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานอัตลักษณ์และวิถีชุมชนของตำบลแม่วินผ่านแนวคิด มองแม่วินผ่านหน้าต่างของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อสร้างประสบการณ์จริงให้กับนักท่องเที่ยวคำสำคัญ : การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวโดยชุมชน ความยั่งยืน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. Operational use of deliverable
ในผลผลิต (Output) ของโครงการภายใต้แผนบูรณรการมีการผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Product Prototype) หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต้นแบบ และนำไปใช้ในการปฏืบัติงานจริง หรือนำไปทดสอบตลาด (Market Test) หรือทดสอบกับกลุ่มผู้ส่วนได่ส่วนเสียให้ใช้จริงและนำมาผลมาปรับปรุงแก้ไขให้ด้ยิ่งขึ้น
ผลการศึกษาวิเคราะห์ที่พิสูจน์ว่าหลักการและทฤษกีของโครงการมีการนำไปใช้ในธุรกิจจริง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
.ชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่วางสามารถนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีไปพัฒนา และสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำอันเกิดจากปัญหาสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการกระจายความเจริญและสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจสังคมท้องถิ่นและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในการพึ่งตนเองและการจัดการตนเองบนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่วางมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีแหล่งทรัพยากรและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ตลอดจนกลิ่นอายของวัฒนธรรมชนเผ่าและภูมิปัญญาที่สะท้อนถึง อัตลักษณ์ของชุมชน แต่จุดอ่อนของพื้นที่ตำบลแม่วางที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ชุมชนยังขาดความรู้เรื่องระบบการตลาด ตั้งแต่ระบบการผลิตเพื่อขายถึงระบบการจัดจำหน่าย ขาดความรู้เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ ระบบดิจิทัล ขาดการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนระบบการศึกษาภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ยังคงขาดทักษะ 4 ด้าน ส่วนอุปสรรคที่ต้องใช้จุดแข็งของชุมชนลดทอน คือ การเข้ามาของวัฒนธรรมภายนอกที่ทำให้สังคมของคนในชุมชนเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้น ทั้งตลาดภายนอกก็กดราคาสินค้า ส่วนพ่อค้าและนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุน ก็มุ่งแสวงหากำไรโดยไม่พัฒนาชุมชน