การพัฒนาสารเคลือบไม่ชอบน้ำจากเถ้าขยะการเกษตรสำหรับเคลือบบรรจุภัณฑ์ธรรมชาติและวัสดุทางการแพทย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความไม่ชอบน้ำและการสะท้อนน้ำของวัสดุ เป็นสมบัติสำคัญที่แสดงประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ทำให้สามารถป้องกันสารคัดหลั่งจากการไอหรือจาม และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งไวรัสและแบคทีเรียได้ สมบัติความไม่ชอบน้ำของพื้นผิววัสดุนิยมระบุด้วยค่ามุมสัมผัสและมุมกลิ้งของหยดน้ำ ในงานวิจัยนี้ได้พัฒนาวิธีการตรวจวัดมุมสัมผัสและมุมกลิ้งของหยดน้ำปริมาตร 10 – 30 ไมโครลิตร บนพื้นผิววัสดุที่ขรุขระด้วยเทคนิคการวิเคราะห์รูปทรงของหยดของเหลว แล้ววิเคราะห์ภาพถ่ายหยดน้ำด้วยคอมพิวเตอร์สคริปท์ที่เขียนขึ้นเอง จากนั้นนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาสมบัติสะท้อนน้ำของตัวอย่างหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ที่นิยมใช้ในสถานพยาบาลในเขตพื้นที่ให้บริการ ผลการทดลองพบว่า ชั้นนอกของตัวอย่างหน้ากากอนามัยทางการแพทย์มีสมบัติไม่ชอบน้ำ มีค่ามุมสัมผัสเฉลี่ยเท่ากับ 121.9 องศา และมุมกลิ้งเฉลี่ยเท่ากับ 50.0 องศา เมื่อเคลือบผิวชั้นนอกโดยใช้ผลิตภัณฑ์สเปรย์เคลือบกันน้ำทำให้ค่ามุมกลิ้งลดลงเหลือเท่ากับ 28.3 องศา นอกจากนี้ตัวอย่างหน้ากากผ้าชนิดทั่วไปที่ไม่สะท้อนน้ำ เมื่อถูกเคลือบด้วยสเปรย์กันน้ำจะมีค่ามุมกลิ้งเท่ากับ 28.0 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับมุมกลิ้งของหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่เคลือบด้วยสเปรย์กันน้ำ ดังนั้นการเลือกซื้อหน้ากากผ้าแล้วเคลือบด้วยสเปรย์กันน้ำสามารถใช้ทดแทนหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ได้ ผลการทดลองในงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการวัดมุมกลิ้งในงานวิจัยนี้มีการวิเคราะห์ที่รวดเร็ว แม่นยำ และให้ผลการสะท้อนน้ำที่น่าเชื่อถือ สามารถประยุกต์ใช้ในการวัดสมบัติการสะท้อนน้ำของพื้นผิววัสดุได้