ประสิทธิภาพของถ่านข้อไม้ไผ่จากเตาเผาถ่านแบบแนวตั้งและแนวนอน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของถ่านจากข้อไม้ไผ่ของไผ่ซางนวล (Dendrocalamus membranaceus ไผ่ซางหม่น (Dendrocalamus atrictus) ไผ่บง (Bambusa nutans), ไผ่เป๊าะ (Dendrocalamus giganteus) และไผ่รวก (Thyrsostachys siamensis) โดยใช้เตาเผาถ่าน 4 ประเภท ได้แก่ เตาเผาถ่านแนวตั้งและแนวนอนแบบให้ความร้อนโดยตรง และเตาเผาถ่านแนวตั้งและแนวนอนแบบอบ ที่อุณหภูมิ 300, 400, 500, 600, 700 และ 800 องศาเซลเซียส พบว่า การเผาถ่านที่ใช้ปริมาณเชื้อเพลิงน้อยที่สุด คือ 5.97 กิโลกรัม เป็นการเผาถ่านด้วยข้อไม้ไผ่เป๊าะ โดยใช้เตาเผาแนวตั้งแบบให้ความร้อนโดยตรง ที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส ส่วนปริมาณถ่านมากที่สุดร้อยละ 31.94 เป็นการเผาถ่านด้วยข้อไม้ไผ่ซางนวลโดยใช้เตาเผาแนวนอนแบบอบที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส ค่าคุณสมบัติของถ่านที่มากที่สุด คือ ค่าความร้อนแบบกรอส 7,802.33 แคลอลี่/กรัม ค่าความร้อนแบบเนท 7,696.67 แคลอลี่/กรัม ปริมาณคาร์บอนคงตัว ร้อยละ 83.99 และปริมาณคาร์บอนร้อยละ 87.42 จากถ่านจากข้อไผ่ซางนวล โดยใช้เตาเผาถ่านแนวนอนแบบให้ความร้อนโดยตรงที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส ส่วนปริมาณสารระเหยที่น้อยที่สุดคือ ร้อยละ 9.70 เป็นถ่านจากข้อไผ่ซางนวล โดยใช้เตาเผาถ่านแนวนอนแบบให้ความร้อนโดยตรง ที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส ส่วนปริมาณเถ้าที่น้อยที่สุดคือ ร้อยละ 3.23 เป็นถ่านจากข้อไผ่ซางหม่น โดยใช้เตาเผาถ่านแนวนอนแบบอบ ที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส และปริมาณไฮโดรเจนที่มากที่สุดคือ ร้อยละ 4.49 เป็นถ่านจากข้อไผ่รวก โดยใช้เตาเผาถ่านแนวตั้งแบบอบ ที่อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส อีกทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านข้อไม้ไผ่จากเตาเผาแบบแนวตั้งและแบบแนวนอนสู่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ จำนวน 44 คน ซึ่งผลการประเมินความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์มาก