การออกแบบและพัฒนาเครื่องอัดถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในการดำเนินโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ทั้งหมดอยู่ 3 ประการ คือ ออกแบบและพัฒนาเครื่องอัดถ่านชีวภาพ ทำการวิเคราะห์หาส่วนผสมระหว่างแกลบเผา ชานอ้อย ทะลายปาล์มและเหง้ามันสำปะหลัง ทำเป็นถ่านชีวภาพส่งผลต่อค่าพลังงานความร้อนและระยะเวลาเผาไหม้ และทำการถ่ายทอดเทคโนโลยี จากผลการศึกษาพบว่าเครื่องอัดถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สร้างขึ้น ใช้ระบบเกลียวลำเลียง โดยใช้มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้าเป็นต้นกำลัง เครื่องที่ทำการพัฒนามีรอบเวลาการทำงาน (Cycle Time) อยู่ที่ 3.5 นาทีต่อกิโลกรัม ซึ่งส่งผลทำให้อัตราการผลิตสูงสุดที่สามารถผลิตได้อยู่ที่ 137.143 กิโลกรัมต่อวัน และจุดคุ้มทุน (Break Even Point) อยู่ที่ 14 วัน จากนั้นทำการออกแบบการทดลองโดยใช้โปรแกรมทางสถิติ จะได้สูตรส่วนผสมทั้งหมด 15 สูตร แล้วทำการผสมวัสดุทดสอบตามสูตรและขึ้นรูปชิ้นงานทดสอบ แล้วนำไปทำการทดสอบทางกายภาพ ด้วยการทดสอบค่าพลังงานความร้อน และระยะเวลาการเผาไหม้ นำค่าที่ได้ไปทำการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยของค่าความพลังงานความร้อน และระยะเวลาเผาไหม้ ค่า R2 (R2 adjust) มีค่ามากกว่าร้อยละ 70 และทำการวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนของค่าความพลังงานความร้อน และระยะเวลาเผาไหม้ ซึ่งมีค่า P- Value อยู่ที่ 0.00 ซึ่งมีค่าน้อยกว่า 0.05 ซึ่งเป็นไปตามทฤษฏีที่ได้ทำการศึกษา ดังนั้นจึงได้ทำการวิเคราะห์ผลคำตอบที่ดีที่สุด (Optimization) โดยได้ทำการกำหนดค่าที่สูง (Maximum) ของค่าพลังงานความร้อน และระยะเวลาเผาไหม้ ผลจากการวิเคราะห์ส่วนผสมที่ดีที่สุดที่ทำให้ได้ค่าพลังงานความร้อนสูงสุด และระยะเวลาเผาไหม้นานที่สุด อยู่ที่อัตราส่วน 66.38: 14.43: 5.0: 14.20 (แกลบเผา: ชานอ้อย: ทะลายปาล์ม: เหง้ามันสำปะหลัง) จะทำให้ได้ค่าพลังงานความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 1.5X104 kJ/kg และมีระยะเวลาในการเผาไหม้นานถึง 20.024 นาที และดำเนินการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาเครื่องอัดถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ผลจากการสำรวจความพึงพอใจผู้เข้าร่วมอบรมในภาพรวมทั้งโครงการอยู่ในระดับพึงพอใจมาก ( = 4.33)