ผลของความหนาแน่นต่ออัตราการเจริญเติบโตของปลาบึกที่เลี้ยงในคอกในบ่อดิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความสัมพันธ์ของความหนาแน่นต่ออัตราการเจริญเติบโตของปลาบึกที่เลี้ยงในบ่อดินเป็นระยะเวลา 184 วัน โดยเลี้ยงที่ความหนาแน่น 4 ระดับ ได้แก่ 0.5, 1.0, 1.5 และ 2.0 ตัวต่อตารางเมตร ชุดการทดลองละ 3 ซ้ำ ปลาบึกมีความยาวเริ่มต้นเฉลี่ย 15.85+1.85 เซนติเมตร น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 31.93+12.41 กรัม ทำการเลี้ยงในบ่อดินโดยกั้นคอกมีขนาด 40 ตารางเมตร ให้กินอาหารจนอิ่มวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 184 วัน ผลการทดลองพบว่า ความยาวเฉลี่ยสุดท้าย 55.2+2.27, 55.3+0.54, 54.3+1.32 และ 54.9+0.25 เซนติเมตร ตามลำดับ น้ำหนักเฉลี่ยสุดท้าย 1,776.7+143.93, 1,722.5+91.48, 1,685.8+135.49 และ 1,682.5+42.65 กรัม ตามลำดับ น้ำหนักเพิ่มต่อวัน 9.59+0.79, 9.29+0.50, 9.09+0.74 และ 9.07+0.23 กรัมต่อวัน ตามลำดับ เมื่อนำมาวิเคราะห์ทางสถิติแล้วพบว่า ความยาวเฉลี่ยสุดท้าย น้ำหนักเฉลี่ยสุดท้าย และน้ำหนักเพิ่มต่อวัน ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) อัตราแลกเนื้อ 1.98+0.10, 1.13+0.12, 1.12+0.11 และ 1.13+0.02 ตามลำดับ อัตรารอดตาย 93.33+11.55, 100.00+0.00, 82.22+11.10 และ 80.42+9.55 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อนำมาวิเคราะห์ทางสถิติพบว่า อัตราแลกเนื้อ และ อัตรารอดตาย มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลตอบแทนต่อการลงทุน 15.04, 60.40, 57.49 และ 56.12 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการเลี้ยงปลาบึกที่ความหนาแน่น 1.0 ตัว/ตารางเมตร มีความเหมาะสมที่สุดโดยพิจารณาจากผลตอบแทนต่อการลงทุน