องค์ความรู้ด้านการขับร้องของสำนักหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่ององค์ความรู้ด้านการขับร้องของสำนักหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มุ่งที่จะถอดองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการเสียงตามแนวทางของสำนักหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ที่ยังไม่ปรากฏการศึกษามาก่อน สวนทางกับการศึกษาองค์ความรู้ด้านการปฏิบัติเครื่องดนตรี งานประพันธ์เพลงและการสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้านอื่น ๆ ของสำนักดนตรีแห่งนี้ที่มีจำนวนมาก มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านการขับร้องของสำนักหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) รวมทั้งพลวัตและการดำรงอยู่ขององค์ความรู้ด้านการขับร้องของสำนักหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ในปัจจุบัน ด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพที่ผสานวิธีวิทยาการวิจัยหลายประเภทเข้าด้วยกัน ทั้งการวิจัยทางประวัติศาสตร์ การวิเคราะห์เนื้อหา การจัดการความรู้ วิธีวิทยาการวิจัยทางดุริยางคศิลป์ เพื่อถอดความรู้จากเอกสารทางวิชาการ สื่อบันทึกเสียงต่าง ๆ ร่วมกับการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกผลการวิจัยพบว่า องค์ความรู้และการขับร้องของสำนักหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นความรู้ที่สืบสานจากโบราณ มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องโดยหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ทายาทและลูกศิษย์ มีการกำหนดพื้นฐานสำคัญคือ การออกเสียงทำนองคำร้องและทำนองเอื้อน ที่ต้องอาศัยพื้นฐานการขับร้องหลายประการ ได้แก่ ความรู้เรื่องพื้นฐานของเสียง การหายใจ ลีลา ทางขับร้อง กลวิธีพิเศษและความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะของนักร้อง องค์ความรู้ที่สำคัญประการหนึ่งคือ คลังความรู้เกี่ยวกับเพลงเถาและเพลงสำคัญ ที่มีการบันทึกความรู้และจัดการความรู้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ในอดีต ทั้งการบันทึกโน้ตและบันทึกเสียงเพื่อสนับสนุนการจดจำและการดำรงรักษาความรู้ความเรียบง่ายที่เป็นลักษณะเด่นของการขับร้องตามแนวทางของสำนักหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นั้นเป็นผลให้การขับร้องของสำนักแห่งนี้มีพลวัตจากอิทธิพลจากวัฒนธรรมบันเทิงต่าง ๆ ในสังคมไทย ช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึง พ.ศ. 2500 ได้แก่ ละครร้อง ละครเวที ภาพยนตร์เสียงและเพลงไทยสากล ส่งผลให้เพลงและวิธีการขับร้องเพลงไทยแบบแผนของสำนักแห่งนี้พัฒนาไปสู่การขับร้องแบบกึ่งเพลงเนื้อเต็ม ซึ่งต่อมาถูกนำมาพัฒนาเพื่อสนับสนุนการศึกษาในระบบทางไกลและประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับเด็กประถมวัย ที่ยังคงการดำรงอยู่ในสังคมไทยด้วยการอนุรักษ์ของหน่วยงาน การสืบสานในกลุ่มบุคคล การผลิตงานวิชาการ รวมทั้งสื่อบันทึกเสียงและสื่อการสอน