การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ สำหรับใช้ในชุมชนเกษตรกรรายย่อย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเผาตอซังฟางข้าว เป็นการสร้างมลพิษปล่อยขึ้นสู่บรรยากาศโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทำให้โลกร้อนขึ้น ปัญหานี้จึงต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต่อยอดกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ปฏิปักษ์จำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ Bacillus amyloliquefaciens B. subtilis TU-Orga1 B. tequilensis TU-Orga7 Streptomyces griseus และ Trichoderma harzianum สำหรับใช้ในชุมชนเกษตรกรรายย่อย และศึกษาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ใหม่ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการควบคุมโรคขอบใบแห้งของข้าวในสภาพไร่นาของเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ปฏิปักษ์สู่ชุมชนเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและนครนายก ตลอดจนศึกษาผลของการใช้ปุ๋ยคอกอัดเม็ดของโครงการต่อผลผลิต และอัตรากำไรขั้นต่ำของเกษตรกรรายย่อย ผลการวิจัยที่ได้รับคือ 1. กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ จำนวน 6 สูตร ได้แก่ 1) ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสม Bacillus amyloliquefaciens 2) ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสม B. subtilis TU-Orga1 3) ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสม B. tequilensis 4) ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสม Streptomyces griseus 5) ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสม Trichoderma harzianum และ 6) ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมทุกสายพันธุ์ 2. ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายฟางข้าวได้ตั้งแต่วันที่ 5 หลังการหมักฟางข้าวร่วมกับปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ และฟางข้าวจะถูกย่อยสลายมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่วันที่ 20 หลังการหมักฟางข้าวร่วมกับปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ ซึ่งฟางข้าวจะมีลักษณะนิ่มและเปื่อยยุ่ย สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่ต้นข้าวได้ 3. ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นข้าวและกระตุ้นภูมิต้านทานต้นข้าวได้ดี โดยการชักนำให้ต้นข้าวสะสม phenylalanine ammonia lyase (PAL) peroxidase (POX) และ ?-1,3-glucanase ในระดับที่สามารถป้องกันการเข้าทำลายของเชื้อโรคได้ จนกระทั่งข้าวมีอายุ 65 วัน ทำให้ต้นข้าวมีความต้านทานต่อเชื้อ X. oryzae pv. oryzae สาเหตุโรคขอบใบแห้งได้เป็นอย่างดี อัตราการใช้คือ การใช้ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ 100 กิโลกรัมต่อไร่ 4. ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสม B. subtilis TU-Orga1 เป็นสูตรที่ให้ผลผลิตข้าวสูงที่สุด ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับปุ๋ยเคมี แต่ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสม B. subtilis TU-Orga1 ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้น 93.34 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าปุ๋ยเคมี 16.05 เปอร์เซ็นต์ และ 5. การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ให้แก่ชุมชนเกษตรกร จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดนครนายก มีผู้เข้าร่วมจำนวน 105 คน ซึ่งมีระดับความพึงพอใจในด้านความรู้ความเข้าใจและการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อยู่ในระดับมากและมากที่สุด และผู้เข้าร่วมอบรมจะนำองค์ความรู้ในการทำปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ไปประยุกต์ใช้ในระบบการปลูกข้าวในระดับมากและมากที่สุดเท่ากับ 25-30 และ 70-75 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เพื่อการย่อยสลายตอซังและฟางข้าวได้ โดยไม่ต้องเผา ลดต้นทุนการผลิตข้าว สร้างอัตรากำไรขั้นต่ำได้ดี และเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม