แว่นตาอัจฉริยะด้วยการเรียนรู้แบบ deep learning สำหรับผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยบอกข้อมูลวิธีการใช้ยาด้วยเสียงภาษาไทยให้กับผู้พิการทางสายตาและผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น โดยทำการศึกษาลักษณะรูปแบบข้อความบนฉลากยา และลักษณะของฉลากยาจากคลินิกเวชกรรม สจล. ในขั้นและต่อมาได้ใช้ตัวอย่างซองยาจากโรงพยาบาลศิริราชและศิริราชปิยการุณ ซึ่งจากการศึกษาที่ได้จะถูกนำไปใช้พัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถตรวจจับชื่อยาจากรูปภาพของฉลากยาด้วยเทคโนโลยี text recognition จาก Firebase ML kit และ Google Cloud Vision api หลังจากนั้นในขั้นต้นชื่อของยาที่ได้จากการการประมวลผลจะถูกส่งต่อไปค้นหาวิธีการใช้ยาบนเว็บไซต์ยากับคุณ แต่ในแอพลิเคชันรุ่นถัดมาได้เปลี่ยนวิธีการประมวลผล โดยทำการแสดงผลข้อมูลยาที่ได้จากการตัดคำและจัดรูปประโยคที่ได้จากการตรวจจับคำ สุดท้ายข้อมูลจากเว็บไซต์จะถูกแปลงเป็นข้อความเสียงภาษาไทยด้วยเทคโนโลยี text to speech ผ่าน Vaja API ซอฟต์แวร์ในแอพพลิเคชัน Vaja ส่วนแอพลิเคชัน KinYa ซึ่งเป็นแอปปลิเคชันรุ่นถัดมาได้ใช้เทคโนโลยี react-native-tts เข้ามาใช้ในการแปลงข้อมูลเป็นเสียงภาษาไทย และผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน Vaja ซึ่งเป็นแอพลิเคชันต้นแบบในการศึกษาวิจัยพบว่า สามารถตรวจจับชื่อยาบนฉลากยา และให้ข้อมูลจากทางเว็บไซต์ยากับคุณในรูปแบบเสียงข้อความได้อย่างถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ จากการทดสอบฉลากยาของคลินิกเวชกรรม สจล. ทั้งหมด 30 ชนิด ซึ่งระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลเพื่อแสดงเป็นข้อความเสียงต่อ 1 ตัวอักษรนั้นอยู่ที่ 0.56 วินาที และระยะเวลาที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์ด้วยเสียงนั้นใช้เวลา 0.25 วินาที ต่อตัวอักษร สุดท้ายประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันในการตรวจจับชื่อยา และค้นหาข้อมูลของยาจากยาในร้านขายยาทั่วไปเมื่อยาถูกวางในทำมุมกับกล้องของโทรศัพท์มือถือที่องศาต่างกัน พบว่า ยาที่มีบรรจุภัณฑ์ชนิดแผง และชนิดขวดสามารถให้ผลที่ถูกต้องที่มุม 0 ถึง 45 องศา และ ยาที่มีบรรจุภัณฑ์ชนิดหลอดสามารถให้ผลที่ถูกต้องที่มุม 45 ถึง 90 องศา ส่วนยาจากคลินิกเวชกรรม สจล.นั้นสามารถให้ผลที่ถูกต้องที่มุม -45 ถึง 45 องศาจากผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน KinYa1 (เวอร์ชันปรับปรุง) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันเวอร์ชันล่าสุดของงานวิจัยชิ้นนี้พบว่าฟังก์ชันในการตรวจจับข้อมูลของโรงพยาบาลศิริราชนั้นดีกว่า ฟังก์ชันการตรวจจับข้อมูลของโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์มากถึง 14 เปอร์เซ็น ส่วนประสิทธิภาพของฟังก์ชันตัดคำของของโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์นั้นสูงกว่า ของโรงพยาบาลศิริราชมากถึง 25.3 เปอร์เซ็น ซึ่งลักษณะสภาพของฉลากยา แสง คุณภาพของกล้องของโทรศัพท์มือถือ และวิธีการถ่ายภาพล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ที่แอปพลิเคชัน