ปลูกป่าเศรษฐกิจพิชิตหมอกควันที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
มีรายงานว่ามีการสูญเสียพื้นที่ป่าจากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ไปเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงไร่หมุนเวียนที่มีระยะเพาะปลูก 1 ปี และระยะพักแปลง 10-15 ปี ไปเป็นไร่ถาวรที่มีการใช้พื้นที่ต่อเนื่องทุกปี การใช้ที่ดินเพาะปลูกพืชชิดเดียวซ้ำ ๆ ประกอบกับการถางแล้วเผาในรอบปี ทำให้ทรัพยากรอยู่ในสภาวะเสื่อมสภาพ การเผาเศษซากพืชหลังฤดูเพาะปลูก เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝุ่นควัน PM2.5 เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่เกิดจากการทำเกษตรดังกล่าว โครงการปลูกป่าเศรษฐกิจพิชิตหมอกควันที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ : กรณีศึกษาการปลูกพืชแบบผสมผสานในพื้นที่โล่งแจ้งที่ดินเสื่อมสภาพ จัดทำแปลงนำร่องวิจัยเชิงสาธิตเพื่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่โล่งแจ้งเหล่านั้นไปเป็นสวนไม้ผลยืนต้นแบบผสมผสาน ที่มีการจัดการแบบประณีตในพื้นที่ขนาดเล็กและใช้แรงงานในครัวเรือนเป็นหลัก โดยเริ่มทำแปลงวิจัยจำนวน 5 แปลง ในพื้นที่ ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ แปลงประกอบด้วย (1) นายสมชัย จิราภาอมร พื้นที่ 6.5 ไร่ (2) นายมีชัย ทองภูคีรีไพร พื้นที่ 4.5 ไร่ (3) นายบรรทัย แซ่เห่อ พื้นที่ 3.5 ไร่ (4) นายสมภพ แซ่ย่าง พื้นที่ 6 ไร่ (5) นายภัควัฒน์ อาชานุกูล พื้นที่ 3 ไร่ มีการปลูกกล้วยน้ำว้าเป็นไม้บังร่มในระยะแรก ปลูกไม้ผลยืนต้นหนึ่งชนิดคืออะโวคาโดหรือมะม่วง และปลูกกาแฟอราบิก้าในพื้นที่เดียวกัน มีการติดตามการจัดการแปลงของเกษตรกร เก็บข้อมูลสภาพอากาศรอบต้นพืชของแต่ละแปลง วัดการเจริญเติบโตของกาแฟและไม้ผล ผลการดำเนินงานในปีที่ 1 แต่ละแปลงมีสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่ต่างกัน เช่นพิกัดทางภูมิศาสตร์ ความสูงจากระดับน้ำทะเล พืชพรรณธรรมชาติรอบ ๆ แปลง ปฏิกิริยาทางเคมี คุณสมบัติทางฟิสิกส์ของดินและปริมาณธาตุอาหารในดิน เกษตรกรแต่ละรายดูแลแปลงของตนเองค่อนข้างดี กล้วยน้ำว้าที่ปลูกมีอัตราการรอดตาย 89.0% อะโวคาโด 94.0% มะม่วง 99.2% และกาแฟอราบิก้า 47.2% ณ เดือนสิงหาคม 2564 ต้นอะโวคาโดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 2.36-7.24 ซม. ความสูง 102.0-253.2 ซม. มะม่วง 1.01 ซม. และ 51.6 ซม. กาแฟอราบิก้า 0.80-1.61 ซม. และ 57.2-88.2 ซม. ไม่พบความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างแต่ละแปลงและแต่ละชนิดของพืชข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ เดือนที่หนาวที่สุดคือเดือนธันวาคมและมกราคม วัดค่าเฉลี่ยได้ประมาณ 18 ๐C เดือนที่ร้อนที่สุดคือเดือนพฤษภาคม วัดค่าเฉลี่ยได้ 24 ๐C เดือนที่มีความชื้นสัมพัทธ์อากาศต่ำสุดคือเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม วัดได้ 63.0 และ 57.0% และตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนความชื้นสัมพัทธ์สูงตลอดเวลาวัดได้เฉลี่ยประมาณ 90% แต่ละแปลงมีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกัน อาจมีความแตกต่างกันบ้างตามสภาพแวดล้อมใกล้ต้นพืช แปลงของนายสมภพ แซ่ย่าง ซึ่งมีต้นกล้วยทรงพุ่มขนาดใหญ่ อากาศยิ่งร้อนอุณหภูมิจะต่ำกว่าแปลงอื่น ส่วนความชื้นสัมพัทธ์ในเวลาที่ค่าของแปลงอื่นวัดได้ต่ำแปลงนี้จะให้ค่าสูงและเมื่อค่าของแปลงอื่นสูงมาก ๆ ค่าที่วัดได้จากแปลงนี้จะต่ำกว่าข้อเสนอแนะสำหรับการเปลี่ยนการเพาะปลูกจากพืชเชิงเดี่ยวไปเป็นพืชแบบผสมผสานในพื้นที่โล่งแจ้งที่ดินเสื่อมสภาพ ในปีแรกให้ปลูกไม้บังร่มเช่นกล้วยน้ำว้าก่อน ปีต่อมาปลูกไม้ผลและกาแฟอราบิก้าแบบแปลงของนายสมภพ แซ่ย่าง จะให้สภาพแวดล้อมใกล้ต้นพืชดีกว่าและเปอร์เซ็นต์การรอดตายของไม้ผลและกาแฟมากกว่า