การแยกองค์ประกอบอื่นที่ไม่ใช่ยางจากหางน้ำยางธรรมชาติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ยางธรรมชาติที่ได้จากต้นยางพารา (Hevea brasiliensis) ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยได้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เช่นการผลิตยางล้อและถุงมือยาง แม้ว่ายางธรรมชาติจะเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นปริมาณมากแต่ราคาก็มีความผันผวนมากเช่นกัน ดังนั้นจุดประสงค์ของงานวิจัยนี้จึงต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับยางธรรมชาติ โดยการแยกน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลที่มีมูลค่าสูงจากหางน้ำยางธรรมชาติซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากกระบวนการปั่นเหวี่ยงน้ำยางสดในการผลิตน้ำยางข้น นอกจากนี้ยังได้เปรียบเทียบคุณลักษณะของน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลที่แยกได้จากกระบวนการในงานวิจัยนี้กับน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลที่จำหน่ายตามท้องตลาด ในกระบวนการแยกน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลนั้นเริ่มจากการเติมกรดซัลฟิวริกที่มีความเข้มข้น 4% ปริมาณ 240 มิลลิลิตรลงไปในหางน้ำยางธรรมชาติปริมาณ 1,000 กรัม แล้วกรองด้วยผ้าไนลอนและกระดาษกรองเบอร์ 1 เพื่อแยกอนุภาคยางออกจากเซรัมของหางน้ำยาง แล้วจึงเติมแบเรียมไฮดรอกไซด์ลงไปในเซรัมเพื่อตกตะกอนซัลเฟตและลดความเป็นกรดเพื่อช่วยลดภาระในการแลกเปลี่ยนประจุ หลังจากนั้นจึงให้เซรัมไหลผ่านคอลัมน์ที่บรรจุเรซินประจุบวกเพื่อแลกเปลี่ยนไอออนบวกและผ่านคอลัมน์ที่บรรจุเรซินประจุลบเพื่อแลกเปลี่ยนไอออนลบ แล้วผ่านคอลัมน์ที่บรรจุถ่านกัมมันต์ 3 ครั้งเพื่อดูดซับอนุภาคสีในเซรัม และนำไประเหยจนปริมาตรของเซรัมลดลงสิบเท่าที่อุณหภูมิ 70-80 oC แล้วนำของเหลวที่เหลือไปตกผลึกโดยการเติมเอทานอลเป็นปริมาณ 3 เท่าของของเหลวและตกผลึกซ้ำด้วยวิธีนี้อีก 2 ครั้งโดยมีการระเหยเอทานอลคั่นในแต่ละครั้ง กับอีกลักษณะหนึ่งคือการตกผลึกซ้ำต่อกันไป 3 ครั้ง จากนั้นนำของเหลวที่เหลือจากการแยกผลึกครั้งสุดท้ายไประเหยจนเหลือแต่ของแข็ง แล้วจึงนำของแข็งทั้งสองตัวอย่างไปวิเคราะห์ด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโคปี (FTIR Spectroscopy) และไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ลิควิดโครมาโตรกราฟี-อิแวปพอราทีฟไลท์สแคทเทอร์ริงดีเท็คเตอร์ (HPLC-ELSD) จากการศึกษาพบว่าร้อยละผลได้ของน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลจากตัวอย่างที่ดีที่สุดเท่ากับ 0.1789% และจากผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคทั้งสองดังกล่าวพบว่าลักษณะของกราฟของน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลที่ได้มีความใกล้เคียงกับกราฟของน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลที่จำหน่ายตามท้องตลาดและตัวอย่างที่ได้ประกอบด้วยน้ำตาลแอล-คิวบราชิทอลเป็นส่วนใหญ่และมีสิ่งเจือปนเพียงเล็กน้อย