ปริมาณก๊าซเรดอนในที่อยู่อาศัยและน้ำบริเวณน้ำพุร้อนดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้ทำการตรวจวัดปริมาณก๊าซเรดอนในแหล่งที่อยู่อาศัย และในน้ำที่ใช้ในการอุปโภคและบริโภค ณ บ้านแม่หวาน บ้านโป่งกุ่ม และบ้านปางแฟน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มิถุนายน พ.ศ.2560 ทำการวัดปริมาณเรดอนในที่อยู่อาศัยรวมทั้งหมด 194 หลัง ได้แก่บ้านแม่หวาน 60 หลัง บ้านโป่งกุ่ม 75 หลัง และบ้านปางแฟน 59 หลัง โดยใช้ชุดตรวจวัดรอยรังสีแอลฟา ชนิดแผ่นพลาสติก (CR-39) แขวนไว้ในห้องนอนและห้องนั่งเล่นอย่างละ 1 ชุด พบว่าปริมาณก๊าซเรดอนที่ตรวจวัดได้ในที่อยู่อาศัยมีค่า 15-322 Bq/m3 พบในห้องนอนและห้องนั่งเล่นอยู่ในช่วง 15-143 และ 26-322 Bq/m3 ตามลำดับ มีบ้านจำนวน 5 หลัง มีค่าเกินค่ามาตรฐานที่ WHO กำหนด คือ 100 Bq/m3 และมี 1 หลังที่มีค่าเกินจากที่ U.S.EPA กำหนด คือ 148 Bq/m3 ค่าปริมาณรังสียังผลรายปี (Annual Effective Dose) ของผู้อยู่อาศัยมีค่าอยู่ในช่วง 0.21-2.74 mSv/ปี มีที่อยู่อาศัย 103 แห่ง (53.1 %) ที่มีค่าเกินค่าที่กำหนดโดย ICRP คือ 1 mSv/ปี และการศึกษานี้ได้ทำการตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซเรดอนในน้ำโดยใช้เครื่องวัดรังสีชนิด RAD7 เก็บตัวอย่างน้ำทั้งหมด 29 แห่ง เป็นน้ำประปา 20 แห่ง น้ำบ่อ 8 แห่ง และน้ำพุร้อน 1 แห่ง พบว่าในน้ำทุกแห่งมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดโดย U.S. EPA ซึ่งกำหนดไว้ที่ 150 Bq/l และ 11 Bq/l สำหรับน้ำอุปโภคและบริโภคตามลำดับ ยกเว้นมีน้ำบริโภคที่เป็นน้ำบ่อ 1 แห่ง มีความเข้มข้นของก๊าซเรดอน 12.03 ? 0.64 Bq/l ซึ่งมีค่าเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ U.S. EPA กำหนดไว้ ค่า Annual Effective Dose ที่คำนวณจากการอุปโภคและบริโภคน้ำที่มีเรดอนพบว่ามีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดโดย ICRP สำหรับน้ำอุปโภคไม่ควรเกิน 1 mSv/ปี และที่กำหนดโดย WHO สำหรับน้ำบริโภคไม่ควรเกิน 0.1 mSv/ปี อย่างไรก็ตามแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีปริมาณก๊าซเรดอนสูงกว่าค่าที่กำหนดไว้ก็ควรลดปริมาณลงให้มากที่สุดหรือให้อยู่ในค่ามาตรฐานที่กำหนด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปอด