กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของก๊าซเรดอนในอากาศ ภายในอาคารและภายนอกอาคาร เขตอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม จำนวนทั้งหมด 436 ตัวอย่าง โดยใช้วิธีการตรวจวัด 2 แบบ คือ 1) Passive Detecting Method เป็นวิธีการเกิดรอยอนุภาคแอลฟาที่สลายตัวจากเรดอนบนแผ่นฟิล์ม (CR-39) ผลที่ได้ คือ ก๊าซเรดอนภายในอาคาร มีค่าอยู่ในช่วง 0 – 415.54 Bq/m3 ค่าเฉลี่ย 39.17 Bq/m3 และก๊าซเรดอนภายนอกอาคาร มีค่าอยู่ในช่วง 0 – 48.08 Bq/m3 ค่าเฉลี่ย 9.74 Bq/m3 2) Active Detecting Method เป็นการตรวจวัดแบบ Real time ด้วยเครื่องมือวัดก๊าซเรดอน (RAD 7) ผลที่ได้คือ ก๊าซเรดอนภายในอาคาร มีค่าอยู่ในช่วง 0 – 68.21 Bq/m3 ค่าเฉลี่ย 19.43 Bq/m3 และก๊าซเรดอนภายนอกอาคาร มีค่าอยู่ในช่วง 0 – 62.85 Bq/m3 ค่าเฉลี่ย 8.82 Bq/m3 นอกจากนี้ยังนำข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยนี้ มาคำนวณค่าความเสี่ยงที่บ่งชี้ถึงอันตรายต่างๆ ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ปริมาณรังสียังผลที่ร่างกายได้รับในรอบปี (AED) ปริมาณการได้รับรังสีแอลฟาเนื่องจากการสลายตัวของเรดอน (Dsoft tissues, Dlung and Heff) ปริมาณรังสีจากลูกหลานของเรดอน (PAEC) ปริมาณการได้รับรังสีจากลูกหลานเรดอน (WLM) ปริมาณรังสีที่ได้รับประจำปีจากลูกหลานเรดอน (AEDRnP) และค่าปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตจากการได้รับรังสี (Life time fatality risk) และยังได้เปรียบเทียบผลงานวิจัยครั้งนี้กับค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้โดยองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US EPA) องค์การอนามัยโลก (WHO) คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) คณะกรรมาธิการป้องกันรังสีระหว่างประเทศ (ICRP) และคณะกรรมการคุ้มครองรังสีแห่งชาติ สหราชอาณาจักร (NRPB) ซึ่งผลงานวิจัยที่ได้นี้ สามารถบ่งชี้ถึงความปลอดภัยจากปริมาณก๊าซเรดอนในอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอดได้ คำสำคัญ : ก๊าซเรดอน CR-39 RAD 7 อากาศ มะเร็ง อำเภอเมือง มหาสารคาม