การตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซเรดอนตามแนวรอยเลื่อนมีพลัง : กรณีศึกษา รอยเลื่อนท่าแขก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
คุณสมบัติการแพร่กระจายของเรดอนจากใต้พิภพสู่ชั้นดิน สามารถนำมาใช้ศึกษาถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทางธรณีวิทยายุคปัจจุบันได้ โดยเฉพาะแนวรอยเลื่อนที่เกิดบนแผ่นเปลือกโลก จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การประยุกต์เทคนิคการตรวจวัดเรดอนในดิน เพื่อใช้ในการระบุตำแหน่งของกลุ่มแนวรอยเลื่อนท่าแขก และยืนยันว่ายังเป็นรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่ สามารถส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวได้ในอนาคต สำหรับงานวิจัยนี้ได้ใช้เครื่องมือตรวจวัดก๊าซเรดอนแบบเคลื่อนย้ายได้ RAD 7 ร่วมกับอุปกรณ์ที่ทำการพัฒนาขึ้น (RAD in Soil) ทำการตรวจวัดปริมาณเรดอนที่ฟุ้งกระจายออกมาจากกลุ่มแนวรอยเลื่อน โดยตรวจวัดปริมาณเรดอนใน 9 พื้นที่ ตามบริเวณกลุ่มรอยเลื่อนท่าแขก ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยรอยเลื่อนวางตัวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ในแต่ละพื้นที่ได้ทำการวางเส้นแนวสำรวจในลักษณะพาดขวางกับแนวรอยเลื่อน จำนวน 1 - 3 เส้น แต่ละเส้นยาว 100 – 500 เมตร ผลการตรวจวัด พบว่า ปริมาณเรดอนที่ตรวจวัดได้ในตำแหน่งของรอยเลื่อนนั้น มีค่ามากกว่าแบคกราวด์ ประมาณ 2 - 11 เท่า แสดงให้เห็นว่ารอยเลื่อนท่าแขกนั้นแสดงตัวเป็นรอยเลื่อนมีพลัง ซึ่งจากผลงานวิจัยนี้ยืนยันได้ว่า เทคนิคการตรวจวัดปริมาณเรดอนเหมาะที่จะนำไปเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการค้นหาตำแหน่งของรอยเลื่อนมีพลัง การทำแผนที่รอยเลื่อนมีพลังได้ และในงานวิจัยนี้ยังได้ศึกษาก๊าซนำพาในดินชนิดใดที่สามารถนำพาก๊าซเรดอนขึ้นสู่ชั้นดินได้ ผลวิจัยพบว่า CO2 เป็นก๊าซที่สามารถนำพาก๊าซเรดอนขึ้นสู่ชั้นดินได้ดีที่สุด รองลงมา คือ CO, NO2 และ CH4 ตามลำดับ