การศึกษาปริมาณสารกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (NORM) ของ วัสดุก่อสร้างในประเทศไทยเพื่อจัดทําฐานข้อมูล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในโครงการวิจัยนี้ ตัวอย่างมากกว่า 4000 ตัวอย่างถูกเก็บจากทุกภูมิภาคของประเทศ ตัวอย่างหนึ่งถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกใช้วิเคราะห์รังสีแกมมาจากกัมมันตรังสีตามธรรมชาติ โดยใช้เครื่องวัดแกมมาสเปกโตรมิเตอร์ชนิดหัววัดแบบ HPGe และคำนวณหาค่าความเข้มข้นของ Ra-226 Th-232 และ K-40 ในหน่วย Bq/kg ผลทั้งหมดจากเครื่องวัดแกมมาเปกโตรมิเตอร์ ถูกใช้เพื่อประเมินค่าตัวชี้วัดความปลอดภัยทางรังสี เช่น ค่า indoor external dose rates (Din) ค่า annual indoor effective dose (Ein) ค่า activity concentration index (I) ค่า radium equivalent activity (Raeq) ค่า external hazard index (Hex) ค่า internal haphazard index (Hin)และ ค่า excess lifetime cancer risk (ELCR) เป็นต้น ในส่วนที่สองของแต่ละตัวอย่างถูกแยกออกเพื่อวัดความเข้มข้นของเรดอนโดยใช้เครื่องวัดเรดอนแบบ ionization chamber detector (AlphaGUAD DF 2000) และผถูกใช้เพื่อคำนวณค่าอัตราการปล่อยเรดอนจากตัวอย่างในหน่วย Bq/m2/h ในกรณีนี้ตัวชี้วัดความปลอดภัยทางรังสี เช่น ค่า indoor external dose rates (Din) ค่า annual indoor effective dose (Ein) ค่า activity concentration index (I) ค่า radium equivalent activity (Raeq) ค่า external hazard index (Hex) ค่า internal haphazard index (Hin)และ ค่า excess lifetime cancer risk (ELCR) ถูกคำนวณเช่นกัน ผลทั้งหมดในโครงการ แต่ละชนิดตัวอย่าง ถูกรายงานเป็นรายจังหวัดสำหรับค่าความเข้มข้นของ Ra-226, Th-232, K-40 and Rn-222 จากตัวอย่างวัสดุก่อสร้างแสดงในแผนที่และเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานต่างๆ ผลที่ได้สามารถนำไปใช้พัฒนาเป็น standard guideline level เพื่อทำเป็นแนวปฏิบัติสำหรับการการเลือกชื้อวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย