การพัฒนาอุปกรณ์ปฏิบัติการบนขั้วไฟฟ้าเพื่อการตรวจวัดตะกั่วและทองแดงด้วยเทคนิคแอโนดิกสทริปปิงโวลแทมเมตรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาและพัฒนาอุปกรณ์ปฏิบัติการบนขั้วไฟฟ้าเพื่อใช้ในการตรวจวัดปริมาณตะกั่ว และทองแดงในตัวอย่างน ้า อุปกรณ์ปฏิบัติการบนขั้วไฟฟ้าประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า 3 ชนิด ได้แก่ ขั้วไฟฟ้าคาร์บอนพิมพ์ สกรีนดัดแปรด้วยอนุภาคทองนาโนและฟิล์มปรอทท าหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าใช้งาน ขั้วไฟฟ้าคาร์บอนและขั้วไฟฟ้าซิลเวอร์/ ซิลเวอร์คลอไรด์ ท าหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าช่วยและขั้วไฟฟ้าอ้างอิง ตามล าดับ การตรวจวัดท าโดยการหยดสารละลาย มาตรฐานหรือสารละลายตัวอย่างลงบนอุปกรณ์ปฏิบัติการบนขั้วไฟฟ้า และท าการตรวจวัดโดยเทคนิคแอโนดิกสทริ ปปิงโวลแทมเมตรีสภาวะที่เหมาะสมในการตรวจวัด คือ ใช้สารละลายเกื้อหนุนกรดไฮโดรคลอริก ความเข้มข้น 0.1 โม ลาร์ ใช้ศักย์ไฟฟ้าในการสะสมโลหะที่ -0.9 โวลต์ ใช้เวลาในการสะสมโลหะ 90 วินาที และแอมพลิจูดเท่ากับ 100 มิลลิ โวลต์จากผลการศึกษาพบว่าสามารถวิเคราะห์หาปริมาณตะกั่วได้ในช่วงความเข้มข้น 10-100 ppb ให้ค่า r 2 เท่ากับ 0.9919 และวิเคราะห์หาปริมาณทองแดงได้ในช่วงความเข้มข้น 5-100 ppb ให้ค่า r 2 เท่ากับ 0.9992 ขีดจ ากัดต ่าสุด ของการวิเคราะห์ตะกั่วและทองแดงที่ได้จากการทดลอง มีค่าเท่ากับ 10 ppb และ 5 ppb ตามล าดับ นอกจากนี้ อุปกรณ์ปฏิบัติการบนขั้วไฟฟ้าถูกน าไปประยุกต์ใช้เพื่อการวิเคราะห์หาปริมาณตะกั่วและทองแดงในตัวอย่างน ้าดื่ม บรรจุขวด น ้าประปา และน ้าในสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการบ าบัดใดๆ ซึ่งพบว่าให้ค่าร้อยละการกลับคืนใน การตรวจวัดตะกั่วและทองแดงอยู่ในช่วง 98.70-116.32% และ 92.83-114.66% และความเที่ยง (RSD) อยู่ในช่วง 3.58-5.36% และ 3.08-6.47% ตามล าดับ