การใช้เทคนิควิศวกรรมความรู้เพื่อถอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์วัด ตามตำนานพระนางเจ้าจามเทวี และหัตถกรรมผ้าไหมยกดอกจังหวัดลำพูน ผ่านสื่อเสมือนจริง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องวิศวกรรมความรู้เพื่อค้นหาวัดที่มีความสำคัญตามตำนาญพระนางเจ้าจามเทวีและจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามกระบวนการจัดการความรู้ 5 ส่วน คือ การกำหนดสิ่งที่ต้องเรียนรู้ การแสวงหาความรู้ การสร้างความรู้ การจัดเก็บและสืบค้นความรู้ การถ่ายโอนความรู้และใช้ประโยชน์ โดยรวบรวมเนื้อหาที่เป็นความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) และความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) นำข้อมูลที่ได้มาจับความรู้ วิเคราะห์ความรู้ ระบุวัดที่สำคัญของเมืองลำพูนในสมัยพระนางจามเทวีโดยใช้ใช้ทฤษฎีวิศวกรรมความรู้ ด้วยเครื่องมือ CommonKADS และจัดทำสื่อมัลติมีเดียเผยแพร่ผ่านเว็บแอพพลิเคชันโดยใช้เทคโนโลยี AR Code โดยสามารถกำหนดวัดสำคัญและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง คือ วัดพระคงฤาษี วัดต้นแก้ว วัดมหาวัน วัดประตูลี้ วัดพระยืน นอกจากนี้ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดลำพูนยังมีวัดสำคัญรวมถึงสถานที่ที่เชื่อมโยงกับตำนานพระนางจามเทวี คือ วัดพระธาตุหริภุญไชย วัดจามเทวี กู่ช้างกู่ม้า และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี และจัดทำแผนที่ความรู้ โดยแยกความรู้ออกเป็น ความรู้ที่เป็นวัตถุประสงค์ (Task) ความรู้ในการคิดหาเหตุผล (Inference) และหลักการเฉพาะปัญหา (Domain) จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาสร้างความรู้ซึ่งเป็นข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดลาพูนที่เกี่ยวข้องกับตานานพระนางจามเทวีอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ 1. แผนที่ท่องเที่ยวแบบ Infographic ผสมผสานเทคโนโลยี AR Code 2. สื่อมัลติมีเดียที่นำเรื่องราวในอดีตที่มีความน่าสนใจมาถ่ายทอด ผ่านเทคโนโลยี AR Code 3. เว็บแอพพลิเคชัน AncientLamphun 4. เว็บไซต์ ancientlamphun.in.th นำแผนที่ที่พัฒนาได้ไปสอบถามความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยใช้วิธีการประชุมกลุ่มย่อย โดยใช้แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจในการใช้งาน แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) พบว่าด้านการออกแบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชันมีความสะดวกในการใช้งาน สืบค้นข้อมูล มีค่าเฉลี่ย 3.60 ความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล มีค่าเฉลี่ย 3.73 ความน่าสนใจ มีค่าเฉลี่ย 3.60 ความเชื่อมโยงสอดคล้องของลำดับเนื้อหา มีค่าเฉลี่ย 3.86 ด้านเนื้อหามีความถูกต้อง ครอบคลุม ชัดเจน มีค่าเฉลี่ย 3.73 การประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อนำเสนอด้วยตนเอง มีค่าเฉลี่ย 3.53 ภาพประกอบสอดคล้องกับเนื้อหา ความทันสมัย มีประโยชน์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ 3.33 และมีแหล่งข้อมูลอ้างอิง มีค่าเฉลี่ย 3.40 ซึ่งคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมเท่ากับ 3.54 อยู่ในเกณฑ์ระดับที่มีความพึงพอใจมากที่สุด