รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560
การศึกษาเปรียบเทียบการทำงานของพรวนจอบหมุนและพรวนแนวดิ่ง
ประเทือง อุษาบริสุทธิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2560 ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ทำการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของพรวนจอบหมุนและพรวนแนวดิ่ง หลังจากการไถระเบิดดินดาน ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าพรวนจอบหมุนและพรวนแนวดิ่งมีอัตราการลื่น ไถลเป็นลบ ซึ่งทั้ง 2 อุปกรณ์ทำให้เกิดแรงผลักรถแทรกเตอร์ พรวนจอบหมุนจะมีแรงยกตัวในแนวดิ่งแต่ สำหรับพรวนแนวดิ่งจะมีทิศตรงกันข้าม ทั้งสองอุปกรณ์ทำให้มีความลึกในการไถ แรงในแนวดิ่ง แรงบิด และ กำลังเพลาอำนวยกำลัง มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตราการลื่นไถล แรงฉุดลากและกำลัง ฉุดลากไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบสถิติของทั้งสองอุปกรณ์พบว่า กำลังเพลาอำนวยกำลังต่อ ความลึกการไถ กำลังฉุดลากต่อความลึกการไถ กำลังเพลาอำนวยกำลังต่อพื้นที่การไถ กำลังฉุดลากต่อพื้นที่ การไถ และขนาดก้อนดิน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับการทดสอบสมรรถนะในดินร่วน พบว่าพรวนจอบหมุนและพรวนแนวดิ่งมีค่าสมรรถนะการ ทำงานมีค่าอยู่ระหว่าง 2.49- 2.64 และ 2.49-2.58 ไร่/ชั่วโมง และสำหรับประสิทธิภาพเชิงไร่ของพรวนจอบ หมุนและพรวนแนวดิ่งมีค่าในช่วง 76.91-82.17 และ 74.10-78.67 % ตามลำดับ และยังส่งผลทำให้ขนาด ก้อนดินของพรวนจอบหมุนและพรวนแนวดิ่งมีค่าอยู่ในช่วง 9.16-1 1.82 mm เมื่อพิจารณาอัตราการสิ้นเปลือง น้ำมันเชื้อเพลิงพรวนแนวดิ่งใช้เชื้อเพลิงมากกว่าพรวนจอบหมุนเฉลี่ยอยู่ 0.67 ลิตร/ไร่ ผลจากการศึกษาการ สึกหรอของใบมีดพรวนจอบหมุนและพรวนแนวดิ่งบนพื้นที่ 14.98 ไร่ พบว่า ใบมีดพรวนจอบหมุนมีการสีก หรอมากกว่าพรวนแนวดิ่ง ซึ่งมีค่า 4.65 และ 1.69 % ตามลำดับ
คำสำคัญ
เครื่องจักรกลเกษตรagricultural machinerybladeSubsoilerไถระเบิดดินดานsoil preparationการเตรียมดินใบมีดvertical harrowพรวนแนวดิ่ง
งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง
การเพิ่มประสิทธิภาพของการยึดเหนี่ยวระหว่างกาวกับไม้ตะกู : แรงเฉือนดึงรอยต่อเกย
วรวิทย์ พลทัสสะ กรมป่าไม้ พ.ศ. 2558 การพัฒนาเทคนิคเครื่องตีเกลียวไหมแบบ 2 ทิศทาง และกรอไหมเส้นพุ่งกึ่งอัตโนมัติ
ดำรงฤทธิ์ วิบูลกิจธนากร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2559 การออกแบบและพัฒนาสวิตช์แรงเหวี่ยงอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการปรับปรุงสมรรถนะในการเริ่มเดินมอเตอร์แยกเฟส
ชูศักยฐ์ กมลขันติธร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พ.ศ. 2559 การทดสอบแรงฉุดลากของรถไถเดินตามที่ใช้ล้อเหล็กและล้อยางสำหรับการทำงานในไร่มันสำปะหลัง
สามารถ บุญอาจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2557 ผลกระทบต่อการเปลี่ยนขนาดความยาวและการปรับมุมใบกังหัน ต่อความเร็วรอบการหมุนและโมเมนต์บิดของกังหันลมแกนตั้ง
สุรชัย เหมหิรัญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พ.ศ. 2561 การเปรียบเทียบการลดลงของริปเปิ้ลกระแสในการมอดูเลตความกว้างพัลส์ต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่อง แบบสเปซเวกเตอร์ สำหรับอินเวอร์เตอร์ 2 เฟส 3 กิ่งจ่ายแรงดันให้กับ มอเตอร์เหนี่ยวนำ 2 เฟสแบบพารามิเตอร์ไม่สมมาตร
จักรพงษ์ จารุมิศร์ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พ.ศ. 2559 โครงการวิจัยออกแบบ และพัฒนาไถระเบิดดินดานชนิดสั่นที่ขา 2 ขาแบบมีชุดควบคุมความถี่ในการสั่น
ตฤณสิษฐ์ ไกรสินบุรศักดิ์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560 การศึกษาผลกระทบระบบแรงต่ำต่อการต่อลงดินของหม้อแปลงแบบต่อแยกและแบบต่อร่วมเมื่อเกิดความผิดพร่องที่ระบบแรงสูง
เกียรติยุทธ กวีญาณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559 การศึกษาการกะเทาะข้าวฮางงอกด้วยเครื่องกระเทาะแบบแรงเหวี่ยง
วินัย หล้าวงษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2556 วงจรซีมอสสายพานกระแสยุคที่สองอาศัยพื้นฐานโอทีเอแบบทั่วไปที่ใช้วิธีการไบอัสที่ขาบอดี้ และทรานซิสเตอร์แบบเกทลอยเสมือนทำงานที่แรงดันไฟเลี้ยงต่ำ
ธวัชชัย ทองเหลี่ยม พ.ศ. 2558