การตรวจสอบการปลอมปนในข้าวหอมมะลิไทยจากเอกลักษณ์ของกลิ่นข้าว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแหล่งการผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงและมีชื่อเสียงเป็นที่ ยอมรับไปทั่วโลก ถึงแม้ว่าในหลายๆ ประเทศหรือแม้แต่ในประเทศไทยเองจะพยายามพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมเพื่อให้ ได้เทียบเท่าในด้านของกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ตลอดจนลักษณะทางกายภาพอื่นๆ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เท่าที่ควร ดังนั้นในท้องตลาดจึงมีแรงจูงใจในการปลอมปนข้าวหอมมะลิด้วยข้าวหอมชนิดอื่น ในปัจจุบันปรากฏ ปัญหาดังกล่าวทั้งการค้าปลึกและค้าส่งข้าวหอมะลิภายในประเทศรวมถึงการส่งออกในต่างประเทศอีกด้วย โดย วิธีการตรวจสอบการปลอมปนของข้าวในปัจจุบันยังเป็นกระบวนการที่มีความยุ่งยากอยู่มาก ด้วยเหตุนี้ทีมวิจัยของเราจึงสนใจการพัฒนาเครื่องจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้หลักการการทำงานของ เซ็นเซอร์อาเรย์ซึ่งได้พัฒนาขึ้นให้เหมาะกับการตอบสนองต่อกลิ่นข้าวหอม เครื่อง i-NOSE เป็นต้นแบบของจมูก อิเล็กทรอนิกส์ที่ใครงการวิจัยนี้ได้พัฒนาขึ้นได้สำเร็จ หน่วยรับกลิ่นจำนวน 8 หัวเซ็นเซอร์ (S1-58) ซึ่งประกอบด้วย เซ็นเซอร์ที่ผลิตด้วยวัสดผสมของพอลิเมอร์และท่อนาโนคาร์บอน จำนวน 7 หัววัด และหัววัดเชิงพาณิชย์ชนิตโลหะ ออกไซด์ จำนวน 1 หัววัด สามารถใช้ในการเก็บข้อมูลกลิ่นข้าวรวมถึงการจำแนกหารปลอมบปนของข้าวหอมมะลิ โดยพบว่าพารามิเตอร์ที่ใช้ในการเก็บกลิ่นข้าวที่สำคัญมีดังนี้ คือ ปริมาณข้าวสารที่นำมาตรวจสอบมีปริมาณ 20 กรัม อุณหภูมิที่ต้องกำหนดให้กับ heating support มีค่า 80 องศาเซลเซียส ระยะเวลาของการเก็บสัญญาณ อ้างอิงและสัญญาณของข้าวตัวอย่าง เท่ากับ 5 นาที และ 1 นาที ตามลำดับ โดยผลจากการจำแนกการปลอมปมปน ของข้าวหอมมะลิที่มีการปลอมปนด้วยข้าวหอมปทุมธานี 1 โดยมีร้อยละการปลอมปน 0, 25, 50, 75 และ 100 สามารถจำแนกได้โดยใช้วิธีแยกองค์ประกอบหลัก การจำแนกกลิ่นข้าวด้วยหลักการของจมูกอิเล็กทรอนิกสนี้ถูกสนี้ถูก ยืนยันผลความเป็นไปได้ในทำนองเดียวกันจากการใช้ก๊าซเซ็นเซอร์อาเรย์ประเภทโลหะออกไซด์เชิงพาณิชย์จำนวน 8 หัวเซ็นเซอร์อีกด้วย ในการวิจัยในช่วงสุดท้ายได้มีการเก็บข้อมูลกลิ่นข้าวหอมมะลิจากแหล่งเพาะปลูกต่างๆ ที่ขายตาม ท้องตลาด จำนวน 19 ตัวอย่าง เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลกลิ่นข้าวหอม ซึ่งข้าวหอมจากแต่ละที่ให้ไอระเหยที่ แตกต่างกัน การจัดทำฐานข้อมูลอาจจะเป็นแนวทางและเป็นประโยชน์ในการจัดโซนนิ่ง (zonine) ข้าวหอมมะลิ โดยใช้กลิ่นเป็นปัจจัยในการจำแนก อย่างไรก็ตามผลของการพัฒนาของกลิ่นของข้าวนั้นเกิดจากหลากหลายปัจจัย ไม่เพียงแต่ขึ้นกับการปลอมปนเท่านั้น ยังขึ้นกับกระบวนการปลูก และกระบวนการเก็บรักษาข้าวก็เป็นปัจจัยที่มีผล ต่อกลิ่นด้วยเช่นเดียวกัน