ยุทธศาสตร์การแข่งขันเพื่อการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปจีน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง "ยุทธศาสตร์การแข่งขันเพื่อการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปน" นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาศักยภาพ ต้านอุปทานการผลิตข้าวหอมมะสิในประเทศ ปัญหาและอุปสรรคในการส่งออก อุปสงค์ของข้าว หอมมะสิไทยในตลาดจีน ประเภทข้าวไทยในตลาดน ข้อได้เปรียบของข้าวหอมมะสิไทยในตลาดจีน ระตับราคา สินค้า ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนต่อข้าวหอมมะลิ ตลอดจนเปรียบเทียบศักยภาพการส่งออกข้าว หอมมะลิ ของไทยกับข้าวหอมชองประเทศคู่แข่งสำคัญ คือ เวียดนาม กัมพูชา แสะเมียนมาร์ เพื่อเสนอแนะการกำหนด ยุทธศาสตร์ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการส่งออกข้าวหอมมะสิไทยไปตลาดจีนให้สูงขึ้น จากผลการวิจัยภาคสนามและการสุ่มสำรวจผลิตภัณฑ์ข้าวถุงที่จำหน่ายในประเทศนทั้งหมด 116 รายการ พบรายชื่อผู้ส่งออกไทย 20 บริษัท และผู้นำเข้าจี๋น 26 บริษัท สามารถจำแนกสินค้าข้าวถุงออกได้ 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิไทย 83 ตัวอย่าง (2) ข้าวหอมกัมพูชา 3 ตัวอย่าง (3) ข้าวหอมจีนที่มีศักยภาพ เป็นคู่แย่งข้าวหอมไทย 24 ตัวอย่าง และ (4) ข้าวที่ตั้งชื่อสื่ออัลักษณ์ทย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับข้าวไทยอย่างสิ้นเชิง 6 ตัวอย่าง คิดเป็นสัตส่วนร้อยละ 71.55, 2.59, 20.69 และ 5.17 ตามลำดับ การสำรวจราคาขายของข้าวหอมทยในตลาดจีน พบว่า ข้าวหอมปทุมมีราคาขายเฉลี่ย 60-70 หยวนต่อ 5 ก็โลกรัม ข้าวหอมมะสิไทยราคาเฉลี่ย 80-100 หยวนต่อ 5 กิโลกรัม ส่วนข้าวหอมกัมพูชามีราคาถูกกว่าเล็กน้อย มีส่วนดึงดูดกลุ่มลูกค้าจีนที่อ่อนไหวต่อราคาข้วหันไปทตลองซื้อได้ ขณ*ที่ข้าวหอมนบางยี่ห้อที่มีคุณภาพสูงก็ได้รับ ความนิยมเป็นอย่างดี แม้มีราคาแพงกว่า ข้าวหอมไทย ซึ่งแสตงว่า ผู้บริโภคชาวนสมัยใหม่นั้น มีความพึงพอใจเลือก ซื้อข้าวคุณภาพสูง มากกว่าชัาวราคาถูกที่มีคุณภาพต่ำกว่า ในต้านกลยุทธ์การตลาดข้วหอมมะลิไทยในตลาดนยุศใหม่ แบ่งได้ 3 ระดับ คือ (1) เน้นข้าวหอมมะลิไทย เน้นความสำคัญ กับคุณภาพพิเศษสำหรับกลุ่มผู้บริโภคชาวนในสังคมเมืองที่มีกำลังซื้อสูง (2) ส่งเสริมการขยาย ตลาดข้าวหอม สำหรับกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางที่ยังมีความนิยมข้าวหอมไทยอยู่ โดยต้องแยกผลิตภัณฑ์ข้าวให้ ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าป้าหมาย (3) ขยายตลาดสำหรับผู้บริโภคขาวจีนเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ได้แก่ ข้าหอมมะสิที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (G) ข้าวหอมมะลิเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวกล้องหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิกึ่งสำเร็จรูปและพร้อมรับประทาน ข้าวหอมมะสิสำหรับการปรุงอาหารแต่ละเมนู ข้าวหอมมะลิ ปลอดสารพิษ ฯฯ อดจนการใช้บรรจุภัณฑ์ขนาตล็ก ให้เหมาะกับขนาดครอบครัวจีนที่เล็กลงและเนัน ความสะดวก โนการใช้ชีวิตต่างเมืองเพียงคนเดียว ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์สำหรับภาครัฐ ด้านการเพาะปลูกต้องเร่งลดตันทุนการผลิตข้าวพร้อมกับการ ส่งเสริมพันธุ์ข้าวหอมมะสิที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงและสามารถรักษาและ/หรือปรับข้าวให้มีรสชาติตรงกับความยม บริโภคข้าวของชาวจีนยุศใหม่ ด้านการตลาดต้องเน้นกิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ถึงจุดเด่นข้าว หอมมะลิไทย ตลอดจนวิธีการหุง ควบคู่กับการเข้มงต ในการตรวจสอบคุณภาพและการใช้เครื่องหมายรับรอง มาตรฐาน ข้าวหอมมะสิไทย ขณะที่ยุทธศาสตร์สำหรับภาคเอกชนนั้น ต้องอาศัยคู่ค้าในนที่มีศักยภาพสูง มีความ จริงใจ ซื่อตรง ระหว่างกันสูง เน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง เนื่องจากผู้บริโภคขาวจีนสามารถจดจำและ รับรู้แบรนด์สินค้ามากกว่า เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้า ส่วนการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายมี 5 รูปแบบ ได้แก่ (1) เป็นหุ้นส่วนกับรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ หรือบรรษัทข้ามชาตินในไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการทำตลาดจีน (2) ตั้งบริษัทตัวแทนนำเข้า ของไทยในประเทศจีน (3) กำหนดกลยุทธ์ส่งสริมการตลาดและการสรัางแบรนด์ร่วมกับ คู่ค้าจีน (4) จับคู่ธุรกิจโดย ตรงระหว่างสหกรณ์ท้องถิ่นของไทยกับผู้นำเข้าจีน และ (5) การตลาดผ่านช่องทางพาณิชย์ อิเล็คทรอนิกส์ (e-com nmerce)