การศึกษาการทำงานของเกล็ดเลือดและการพัฒนาวิธีโฟลไซโตเมตรีเพื่อตรวจวัดเกล็ดเลือดที่ถูกกระตุ้นในร่างกาย โดยโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่ผลิตได้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การกระตุ้นเกล็คเลือดมีบทบาทที่สำคัญในกระบวนแข็งตัวของเลือดและการเกิดื่มเลือด การกระตุ้นเกล็ดเลือดที่ไม่เหมาะสมสามารถพบได้ในหลายโรด โดยเฉพาะโรคหลอคเลือดหัวใจ จากการศึกษาเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า มีการกระตุ้นเกล็คเลือดเกิดขึ้นและแสดงถึงพยาธิสรีรวิทยาที่ สำคัญในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน าลัสซีเมียและมะเร็ง ดังนั้นการตรวจหาเกล็คเลือดที่ถูกกระตุ้น จะสามารถใช้จำแนกผู้ป่วยดังกล่าวซึ่งมีภาวะเสี่ยงต่อดื่มเลือดอุดตัน ได้ โมโนโกลนอล แอนดิบอดี เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเกล็คเลือดที่ถูกกระตุ้น จา กการศึกษาก่อนหน้า ผู้วิจัยได้ผลิตโมโน โคลนอล แอนติบอดีต่อเกล็ดเลือดที่ถูกก กระตุ้นไส้จำนวน 3 ชนิด ตั้งชื่อ aPLTI, aPL T2 และ aPLT3 และผลิตโมโนโคลนอล แนติบอดีต่อเ เกล็ดเลือดได้ 1 ชนิดคือ PLT1 ซึ่งแนติบอดีทั้ง ทำการศึกษาคุณสมบัติแล้ว ในการศึก าครั้งนี้ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการกับโมโนโตลนอล แอนติบอดีที่สั่งซื้อในการตรวจหาเกล็ เลือคที่ถูกกระตุ้น โดยวิธี โฟลไซ โตเมตรี นอกจากนี้ผู้วิจัยยังทำการศึกษาผลของโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นต่อการทำงานของเกล็ดเลือด การตรวจหาเกล็ดเลือดที่ถูกกระตุ้น โคยนำเกล็ด เลือดจากตัวอย่างเลือด 8 ราย ทำการกระตุ้นด้วยธรอมบินในหลอดทลลองและข้อมด้วยโมโน โคลนอล แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการ (3PLT1 และ PLT1) กับโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่สั่งซื้อ (CD62P และ CD426) ผลการทคลองพบว่าร้อยละของเกล็ดเลือดที่ถูกกระตุ้น เมื่อตรวจวัดด้วยโมในโคลนอล แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการกับโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่สั่งซื้อไม่มีความแตกต่างกัน โดยพบว่าด่าสัมประสิทธิ์สาสัมพันธ์ (1) ของร้อยละของ เกล็ดเลือดที่ถูกกระตุ้นโดยใช้โมโนโคลนอล แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการกับโมโนโคลนอล แอนคิบอดีที่สั่งซื้อเป็น 0.984 ทำการศึกษาผลของ โมใน โคลนอก แอนคิบอคีที่ผลิศขึ้นต่อ การเกาะติดของเกล็คเลือด โคยวิธี indirect ELISA และศึกษาการเกาะกลุ่มของเกล็คเลือด โคยวิชี optical urbidiy ผลการทคลองพบว่าไมโนไดลนอก แอนติบอดี PLTI, APL12 และ APLT3 ไม่มีผล ต่อการเกาะติดของเกล็คเลือดทั้งกับไฟบริ โนเจนและคอลลาเจน ขณะที่ ไมโน โคลนอล แอนดิบอ ทั้งหมดแสคงผลการยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือคที่ถูกกระตุ้นโดยเอดีที่ และคอลลาเจน จาก การศึกษาครั้งนี้สรูปให้ว่า โมใน โดลนอ แอนคิบอดีที่ผถิดใด้สามารถนำไปใช้ตรวจหาเกล็ดเลือค ที่ถูกกระตุ้นไห้ไดยวีชี โฟลไซโดเมครี และโมโน โคลนอล แอนติบอดีคังกล่าวสามารถยับยั้งการ กาะกลุ่มของเกล็คเลือคได้ ดังนั้นโมโนโคลนอล แอนดีบอคีต่อเกด็ดเลือดที่ถูกกระตุ้นที่ผลิดขึ้นใน ห้องปฏิบัติการสามารถนำไปใช่ในการประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงต่อการ เกิคดื่มเถือคอุดคันแถะ น่าจะมีประโยชน์ในทางคลินิกและการป้องกันผู้ปวยที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดดื่มเลือดอุคตัน