การใช้เว็บไซต์เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การท่องเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tourism) ของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1) เพื่อประเมินเว็บไซต์การท่องเที่ยวไทยในด้าน การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย และ 2) เพื่อ เสนอแนะแนวทางการใช้เว็บไซต์ในการสนับสนุนกลยุทธ์การท่องเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ไทย โดยแบ่งการศึกษาเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) การสำรวจและประเมินเว็บไซต์ตามตัวแบบ eMICA 2) การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามถึงความคาดหวังของนักท่องเที่ยวต่อการนำเสนอข้อมูลการ ท่องเที่ยวของเว็บไซต์การทอ่ งเที่ยวไทย และ 3) การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไทย ถึง สถานการณ์และปัญหาด้านการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์ และ ข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ผลการศึกษาพบว่า จากจำนวนเว็บไซต์ 316 เว็บไซต์ ที่ได้ทำการสำรวจประกอบด้วย เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวร้อยละ 25 รองลงมาเป็นเว็บไซต์ของผู้ประกอบการโรงแรม และรีสอร์ต บริษัทท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด และผู้ประกอบการที่ให้บริการจองตั๋ว และที่พัก ร้อยละ 20 19 13 และ 10 ตามลำดับ นอกจากนั้นเป็นเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ อีกประมาณ ร้อยละ 10 นอกจากนี้ผลการประเมินเว็บไซต์ 316 เว็บไซต์ เพื่อจัดแบ่งระดับการบริการของเว็บไซต์ โดยใช้ตัวแบบ eMICA ตามการแบ่งกลุ่ม (Cluster Analysis) เว็บไซต์ โดยวิธี K-means Cluster สามารถแบ่งกลุ่มตัวอย่างได้เป็น 3 กลุ่ม ดังรายละเอียดต่อไปนี้ กลุ่มที่ 1 เว็บไซต์ที่สื่อสารแบบทางเดียว หมายถึง เว็บไซต์ผู้ให้บริการที่ให้บริการเฉพาะ ข้อมูลข่าวสารขององค์กรหรือสินค้าและบริการแก่ผู้รับบริการเท่านั้น มีจำนวน 54 เว็บไซต์หรือ ประมาณร้อยละ 17 ส่วนมากเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและเว็บไซต์ที่เสนอ ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ จำนวน 38 เว็บไซต์ คิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนเว็บไซต์ใน กลุ่มนี้ กลุ่มที่ 2 เว็บไซต์ที่กึ่งสื่อสารแบบสองทาง หมายถึง เว็บไซต์ผู้ให้บริการที่ให้บริการข้อมูล ข่าวสารการท่องเที่ยว และ/หรือสินค้าหรือบริการ และผู้ใช้บริการสามารถติดต่อกับผู้ให้บริการได้ แต่จำกัดกิจกรรมซึ่งมีจำนวนมากที่สุด 227 เว็บไซต์หรือประมาณร้อยละ 70 ของจำนวนเว็บไซต์ ทั้งหมด โดยแบ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัทนำเที่ยว ร้อยละ 25 และโรงแรมและรีสอร์ต ประมาณร้อย ละ 25 หรือรวมกันประมาณร้อยละ 50 ของจำนวนเว็บไซต์ในกลุ่มที่ 2 นี้ รองลงมาได้แก่ เว็บไซต์ที่ ให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแก่ผู้ใช้บริการประมาณร้อยละ 20 กลุ่มที่ 3 เว็บไซต์ที่สื่อสารแบบสองทาง หมายถึงเว็บไซต์ผู้ให้บริการที่ให้บริการข้อมูล ข่าวสารข่าวสารการท่องเที่ยว และ/หรือสินค้าหรือบริการ และผู้ใช้บริการสามารถติดต่อทำธุรกรรม ผ่านเว็บไซต์ได้เลย มีจำนวน 35 เว็บไซต์หรือเพียงประมาณร้อยละ 11 ของจำนวนเว็บไซต์ทั้งหมด โดยเว็บไซต์ในกลุ่มนี้เป็นประเภทเดียวกับเว็บไซต์ในกลุ่มที่ 2 ยกเว้นเว็บไซต์ของบริษัทนำเที่ยว ประกอบด้วยเว็บไซต์โรงแรมและรีสอร์ต และเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวใน จังหวัดต่างๆ ประมาณร้อยละ 37 และ 34 หรือรวมกันประมาณร้อยละ 70 รองลงมาได้แก่ เว็บไซต์ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวรวมกันอีกประมาณร้อย ละ 25 ของจำนวนเว็บไซต์ในกลุ่มที่ 3 นี้ ผลการศึกษาในส่วนของความคาดหวังของนักท่องเที่ยวต่อการนำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยว ของเว็บไซต์การท่องเที่ยวไทยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคาดหวังต่อการนำเสนอข้อมูลของ เว็บไซต์การท่องเที่ยวไทยด้านการใช้งาน (Functionality and Usability) และด้านคุณภาพข้อมูล (Quality of Information) โดยรวมอยู่ในระดับมากทั้ง 2 ด้าน แต่ผู้ตอบสอบถามมีความคาดหวังต่อ การนำเสนอข้อมูลของเว็บไซต์การท่องเที่ยวไทยด้านคุณภาพข้อมูลสูงกว่าด้านการใช้งาน เมื่อพิจารณาปัจจัยย่อยในด้านคุณภาพของข้อมูลพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคาดหวังเรียง ตามลำดับ 3 ลำดับแรกคือ เว็บไซต์ให้ข้อมูลที่ทันสมัยเชื่อถือได้ (ค่าเฉลี่ย 4.21) เว็บไซต์ให้ข้อมูล เกี่ยวกับสินค้าและบริการ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่มากพอ เช่น โปรแกรมทัวร์ ห้องพัก ร้านอาหาร กิจกรรมท่องเที่ยว (ค่าเฉลี่ย 4.19) และเว็บไซต์ให้ข้อมูลที่ ครอบคลุมทุกเรื่องด้านการท่องเที่ยว (ค่าเฉลี่ย 4.09) เมื่อพิจารณาปัจจัยย่อยในด้านการใช้งานพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคาดหวังเรียง ตามลำดับ 3 ลำดับแรก คือ เว็บไซต์เข้าถึงง่าย (ค่าเฉลี่ย 4.19) เว็บไซต์ใช้ระยะเวลาในการแสดงผล ข้อมูลที่ไม่นาน (ค่าเฉลี่ย 4.01) และเว็บไซต์ใช้งานง่าย เข้าถึงข้อมูลเฉพาะที่ต้องการภายในเว็บไซต์ ได้ง่าย เช่น มีเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูล (ค่าเฉลี่ย 3.96) นอกจากนี้จากการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไทยและการพัฒนาการท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ของไทย (E-Tourism) พบว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีการรับรู้ว่าการท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวในปัจจุบัน แต่มีบางกลุ่มที่มีความพร้อมในการ ดำเนินการ ทั้งในด้านความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการลงทุน อย่างไรก็ตามหน่วยงานภาครัฐ เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ได้เข้ามาสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวในด้านการ พัฒนาความรู้ และการเปิดบริการเว็บไซต์ให้ธุรกิจของเอกชนเข้ามาเชื่อมต่อได้ รวมทั้งการ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น