การพัฒนาระบบอัตโนมัติเพื่อการคาดคะเนและการจัดการสุขภาพ ของเครื่องโม่หยาบวัตถุดิบ ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ในเครือเบทาโกร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การบำรุงรักษาเครื่องจักรโดยดูตามสภาพของเครื่องจักรในขณะนั้น มีประโยชน์อย่างยิ่งในการลดงบประมาณในการบำรุงรักษา และลดระยะเวลาในการหยุดเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติที่มีในท้องตลาดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีราคาสูง และขาดการทำงานร่วมกับบุคลากรในโรงงานไทย ทำให้มักไม่ประสบผลสำเร็จ โครงการนี้พัฒนาระบบอัตโนมัติโดยนักวิจัยชาวไทย และใช้ algorithm ทางด้านปัญญาประดิษฐ์ทำให้สามารถคำนวณสภาพของเครื่องจักรในขณะนั้นได้อย่างแม่นยำ โครงการนี้ได้คำตอบสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย โดยสามารถพัฒนาชุดเซ็นเซอร์เก็บข้อมูลให้สามารถทนสภาพแวดล้อมการทำงานในโรงงานได้ดี พัฒนาการคำนวณสภาพของเครื่องจักรในขณะนั้นโดยคำนวณระยะเวลาการใช้งานที่เหลืออยู่ได้อย่างแม่นยำ ระบบเก็บข้อมูลดิบและข้อมูลที่ผ่านการแปรรูปแล้วไว้ในฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการวิเคราะห์โดยโรงงานต่อไป ผลที่ได้ทำให้ลดงบประมาณในการบำรุงรักษาและลดระยะเวลาในการหยุดเครื่องจักร สามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้ดีขึ้น วิธีวิจัยเริ่มจากการพูดคุยรวบรวมข้อมูลจากช่างผู้ดูแลเครื่องจักรเพื่อให้ทราบถึงลักษณะการเสียหายของเครื่องจักรและวิธีการบำรุงรักษาเดิมของโรงงาน วัดการสั่นสะเทือนของเครื่องจักรทุกเครื่องที่อยู่ในขอบเขตของการทำวิจัย นำข้อมูลที่ได้มาออกแบบระบบเซ็นเซอร์และระบบคอมพิวเตอร์ติดเครื่องจักร ปรึกษาหารือกับฝ่ายวิศวกรรมผู้บริหารของโรงงานเพื่อให้ทราบความต้องการของลักษณะข้อมูลที่ต้องการ ออกแบบระบบเครือข่ายทั้งหมด นำระบบไปทดลองใช้กับเครื่องจักร รับฟังความคิดเห็นและนำมาปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง คณะผู้วิจัยพัฒนาเซ็นเซอร์สำหรับเก็บข้อมูลจนถึงรุ่นที่ 3 ล่าสุดซึ่งสามารถทนทานสภาพแวดล้อมการทำงานในโรงงานได้เป็นอย่างดี ระบบคอมพิวเตอร์ติดเครื่องจักรสามารถทนสภาพการทำงานได้ตลอดวันตลอดคืน ผลการคำนวณสภาพของเครื่องจักรโดยคำนวณระยะเวลาการใช้งานที่เหลืออยู่พบว่ามีความแม่นยำสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์โดยเทียบกับระยะเวลาที่เหลืออยู่ที่กำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญผู้ดูแลเครื่องจักร ระบบที่ออกแบบสามารถเก็บข้อมูลดิบและข้อมูลที่ผ่านการแปรรูปไว้ในฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้โรงงานทำการวิเคราะห์ด้วยตนเองต่อไปได้ พบว่าสามารถลดงบประมาณในการบำรุงรักษาลงได้ 15% และลดเวลาในการหยุดเครื่องจักรได้ 10% ผู้บริหารระดับสูงของโรงงานมีความสนใจนำระบบที่ได้พัฒนาในโครงการนี้ไปขยายผลใช้กับเครื่องจักรที่เหลือของโรงงานในเครืออีกจำนวนมาก ทางโรงงานได้มอบหมายวิศวกรเพื่อพัฒนาระบบต่อยอดจากโครงการนี้ อย่างไรก็ดีจะสำเร็จได้ถ้าวิศวกรมีพื้นฐานวิชาความรู้ที่เหมาะสมในเชิงลึกได้แก่การสั่นสะเทือนทางกล สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การพัฒนาระบบเซ็นเซอร์และคอมพิวเตอร์ ทางโรงงานมีแนวโน้มที่จะนำระบบที่ได้พัฒนาในโครงการนี้ไปใช้ทดแทนระบบที่พัฒนาและขายโดยต่างประเทศ