การใช้ข้อมูลจากมิเตอร์อ่านไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อการประหยัดพลังงานและลดค่าไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมเกษตร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้นำเสนอประโยชน์จากการนำข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของโรงงานอุตสาหกรรมที่บันทึกได้จากมิเตอร์อ่านไฟฟ้าอัตโนมัติ มาใช้เพื่อประเมินความคุ้มค่าและรูปแบบที่เหมาะสมของการปรับปรุงตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ขั้นตอนการประเมินเริ่มจากการนำข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ได้แก่ โรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวและโรงสี มาใช้เป็นระบบทดสอบเพื่ออ้างอิงเป็นกรณีฐาน แล้ววิเคราะห์ความคุ้มค่าของการปรับปรุงตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 3 มาตรการ ได้แก่ การติดตั้งคาปาซิเตอร์ด้วยขนาดคงที่ตลอดเวลาโดยไม่มีการปลดออก การติดตั้งคาปาซิเตอร์ด้วยขนาดคงที่แต่สามารถควบคุมการปลด/สับ ได้ในช่วงเวลาทำงานของโรงงาน และการควบคุมขนาดคาปาซิเตอร์อย่างเหมาะสมตลอดเวลาโดยใช้ตัวควบคุมอัตโนมัติ ความคุ้มค่าของแต่ละมาตรการประเมินโดยใช้ ระยะเวลาคืนทุนที่คำนวณจากเงินลงทุนและผลตอบแทนที่ได้ และอัตราตอบแทนภายในของโครงการ ที่คำนวณจากอายุการใช้งานของคาปาซิเตอร์ที่ 5 ปี โดยนำพลังงานไฟฟ้าสูญเสียส่วนต่างของขดลวดของหม้อแปลงในแต่ละมาตรการมาร่วมพิจารณา ผลที่ได้จากระบบทดสอบตัวอย่างชี้ให้เห็นว่า มาตรการเน้นลดค่าปรับตัวประกอบกำลังไฟฟ้าโดยการติดตั้งคาปาซิเตอร์ขนาดที่เหมาะสมคงที่ตลอดเวลาโดยไม่มีการปลดออกและมาตรการติดตั้งคาปาซิเตอร์ด้วยขนาดที่เหมาะสมคงที่แบบสามารถควบคุมการปลด/สับได้ในช่วงเวลาทำงานมีความคุ้มค่าในการลงทุนสูงกว่ามาตรการที่ใช้ตัวควบคุมอัตโนมัติควบคุมการทำงานคาปาซิเตอร์ให้เหมาะสมตลอดเวลา เนื่องจากมีเงินลงทุนสูงไม่คุ้มกับต้นทุนพลังงานไฟฟ้าสูญเสียในหม้อแปลงที่สามารถลดลงได้ วิธีการที่นำเสนอสามารถใช้อธิบายให้ผู้ประกอบการเห็นความคุ้มค่าอย่างเป็นรูปธรรม