การละเล่นพื้นบ้านของเด็กล้านนากับการส่งเสริมพหุปัญญา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัย “การละเล่นพื้นบ้านของเด็กล้านนากับการส่งเสริมพหุปัญญา” ได้ศึกษาการละเล่นพื้นบ้านของเด็กล้านนาที่เคยเล่นในอดีตและการละเล่นพื้นบ้านของเด็กในปัจจุบัน รวมถึงการละเล่นของเด็กไทใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเด็กอาข่าในจังหวัดเชียงราย โดยศึกษาถึงรายชื่อของการละเล่น วิธีการเล่น อุปกรณ์การเล่น บทร้องประกอบการเล่น และความเปลี่ยนแปลงของการละเล่นแต่ละชนิดที่ส่งผ่านจากคนรุ่นพ่อแม่มาถึงปัจจุบัน ผลการศึกษาพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ 1. การละเล่นพื้นบ้านของเด็กล้านนาทุกชนิดประเภท ล้วนแต่มีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการ หรือปัญญาของเด็กตามทฤษฎีของโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์และแนวคิด 8Q ทั้งสิ้น แต่ในบางข้อจะมีส่วนช่วยพัฒนาได้ไม่มากนัก และบางข้อจะไม่เห็นผลชัดเจนทางกายภาพ แต่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมในทางอ้อม เช่น ปัญญาทางด้านอารมณ์ ปัญญาทางด้านจริยธรรม ศีลธรรม หรือความฉลาดในการเอาตัวรอด การมองโลกในแง่ดี หรือการรู้จักประเมินศักยภาพของตนเอง เป็นต้น ซึ่งปัญญาหรือความฉลาดเหล่านี้ ล้วนแต่มีส่วนช่วยให้เด็กๆ มีพื้นฐานร่างกายและจิตใจที่ดี เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และมีความสุขในวันข้างหน้า 2. การละเล่นพื้นบ้านของเด็กล้านนาในอดีตนั้น มีจำนวนหรือชนิดของการละเล่นที่มากกว่าการละเล่นของเด็กในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะการละเล่นที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หรือการใช้วัสดุธรรมชาติมาเป็นอุปกรณ์การเล่น เพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าเด็กที่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น เด็กในเขตชนบทจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าเด็กในเมืองก็ตามที แต่สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปก็ส่งผลต่อการสูญหายของการละเล่นต่างๆ ในอดีตอยู่พอสมควร เช่น การเล่าเป่าปี่ตอเฟืองที่เริ่มหายไป หรือการที่เด็กๆ ในปัจจุบันนี้ขาดโอกาสในการเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกร ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับธรรมชาติเหมือนเด็กในอดีต จึงขาดการเรียนรู้ว่ามีวัสดุธรรมชาติอีกมากมายที่สามารถนำมาประดิษฐ์เป็นของเล่นได้ จึงทำให้การละเล่นเหล่านั้นค่อยๆ สูญหายไป สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง โครงการครอบครัวที่กลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น เด็กๆ ไม่ได้อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีปู่ย่าตายายคอยดูแล จึงทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ในอดีตนั้น เด็กๆ ที่มีบ้านอยู่ในละแวกใกล้เคียงมักจะมาเล่นด้วยกันในวันหยุด แต่ในปัจจุบันนี้ พ่อแม่ มักจะพาลูกไปเรียนพิเศษ หรือส่งลูกไปเรียนหรือเล่นตามศูนย์พัฒนาการเด็กต่างๆ มากกว่า ซึ่งมักจะเป็นการเรียนการสอน แม้ว่าจะผ่านกิจกรรมการเล่น แต่ก็เป็นกิจกรรมที่พัฒนาโดยผู้ใหญ่ ไม่ได้เกิดจากการเล่นของเด็กด้วยกันเอง จึงทำให้การละเล่นพื้นบ้านของเด็กล้านนาในปัจจุบันลดจำนวนลง