Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การอนุรักษ์และการเพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำว่าวควายอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น: กรณีศึกษาการทำว่าวควายจังหวัดสตูล

เจตน์สฤษฎิ์ สังขพันธ์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาการเล่นว่าวและทำว่าวของคนในชุมชน ๒) ศึกษาความเชื่อเกี่ยวกับว่าวควายในจังหวัดสตูล ๓) พิธีกรรมเกี่ยวกับว่าวควายและการละเล่นว่าวควายในจังหวัดสตูล ๔) ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำว่าวควายจังหวัดสตูล กระบวนการเรียนรู้ และการสืบทอดการทำว่าวควาย ๕) การอนุรักษ์และการสืบทอดภูมิปัญญาการทำว่าวควาย ๖) การเพิ่มมูลค่าการทำว่าวควายอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ๗) เพื่อหาแนวทางการสร้างสรรค์ว่าวควายรูปแบบใหม่นำไปสู่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำว่าวควาย ใช้วิธีวิจัยแบบผสานวิธี ทั้งเป็นการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสังเกตกิจกรรมการทำว่าวและการละเล่นว่าวควาย สัมภาษณ์แบบเจาะลึกจากครูภูมิปัญญา ครู อาจารย์ ผ.อ.วัฒนธรรมจังหวัดสตูล นักเรียนที่สัมพันธ์กับว่าวควาย วิธีการเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวน ๑๒๐ ชุด จากเยาวชน ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับการเล่นว่าวในพื้นที่จังหวัดสตูล และวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยการจัดเป็นโครงการอบรมการทำว่าวควายให้เยาวชน จำนวน ๔๐ คน โดยการเชิญครูภูมิปัญญามาสอนเยาวชนในโรงเรียนสตูลวิทยา เรื่องการขึ้นโครงว่าวควาย การติดกระดาษ การวาดลวดลายบนตัวว่าว และการประกวดแข่งขันว่าว จากนั้นนำมาทำคู่มือการทำว่าวเพื่อคืนความรู้สู่ชุมชน การสนทนากลุ่มเพื่อหาแนวทางการสร้างสรรค์ว่าวควายรูปแบบใหม่เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาให้คงอยู่ จำนวน ๘ คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณหาค่าร้อยละนำเสนอเป็นตาราง ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ และปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม นำข้อมูลที่ได้มาจำแนกหมวดหมู่ ตีความ และสร้างข้อสรุป นำเสนอข้อมูลด้วยวิธีการเชิงพรรณนาวิเคราะห์ให้เชื่อมโยงกับข้อมูลที่ได้จากวิธีการเชิงปริมาณ ผลการวิจัยพบว่า ๑. การเล่นว่าวและทำว่าวของคนในชุมชนพบว่า คนในชุมชนที่ทำว่าวและเล่นว่าว ส่วนใหญ่มีมากกว่า ๕ หลังคาเรือน คนทำว่าวมักจะเป็นตนเองทำเอง ส่วนใหญ่ผู้ที่ชอบเล่นว่าวจะเป็นเด็ก ในชุมชนนิยมเล่นว่าวมากที่สุดคือว่าววงเดือน ว่าวดุ๋ยดุ่ย และว่าวควาย ๒. ความเชื่อเกี่ยวกับว่าวควายในจังหวัดสตูล พบว่า คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นการนึกถึงบุญคุณของควายที่ช่วยชาวนาไถนา ทำให้ชาวนามีข้าวกิน ว่าวควายเป็นสัญลักษณ์ของชาวนา และทำนาได้ผลดีถ้าว่าวขึ้นสูง ๓ พิธีกรรมเกี่ยวกับการทำว่าวควายและการละเล่นว่าวควายจังหวัดสตูลส่วนใหญ่จะบนบานศาลกล่าว มากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ไม่มีพิธีกรรมอะไรเลย และ ไหว้ครู ส่วนใหญ่คนเล่นว่าวจะเซ่นไหว้ให้มีชัยชนและบนบานศาลกล่าว เช่นเดียวกัน การจุดธูปเทียนไหว้พระให้ได้รับชัยชนะ และการไม่ก้าวข้ามตัวว่าว ๔. มิปัญญาท้องถิ่นการทำว่าวควายจังหวัดสตูลพบว่ากระบวนการเรียนรู้และการสืบทอดการทำว่าวควายเรียนรู้จากบรรพบุรุษ เรียนรู้จากการดัดแปลง เรียนรู้จากการเลียนแบบ เรียนรู้ขั้นเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ และเรียนรู้ขั้นตอนการทำว่าว ๕. การอนุรักษ์และการสืบทอดภูมิปัญญาการทำว่าวควายมีหลายกรณีทั้งเป็นการสืบทอดภายในครอบครัว, การเรียนรู้จากเพื่อน, เพื่อนบ้าน,คนในชุมชน, หน่วยงาน, สถาบันการศึกษาเชิญปราชญ์ชาวบ้านมาสอนให้กับนักเรียน วิธีการถ่ายทอดมีหลายวิธี การสาธิตทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ฝึกปฏิบัติ และจำจากการดูที่เขาทำ ๖. การเพิ่มมูลค่าการทำว่าวควายอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นพบว่ามีการนำสัญลักษณ์ว่าวควายมาประดิษฐ์เป็นโมบายหรือพวงกุญแจว่าวควาย การทำกรอบรูปซึ่งมีรูปว่าวควายเป็นของที่ระลึกและการสร้างลวดลายและสีสันบนตัวว่าวให้แปลกใหม่ ๗. แนวทางการสร้างสรรค์ว่าวควายรูปแบบใหม่นำไปสู่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นพบว่ามี ๒ ระดับคือ ๑) ระดับนโยบายควรมีแนวทางดังนี้ จัดให้มีงานมหกรรมว่าวนานาชาติทุกปี ควรจัดแข่งขันชิงรางวัลการวาดลวดลายบนตัวว่าวควาย การประกวดผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกที่มีส่วนประกอบของว่าวควายให้มีคุณภาพมากขึ้น และการทำหมู่บ้านว่าวเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศ ๒)ระดับปฏิบัติควรมีแนวทางดังนี้ การรวมกลุ่มเยาวชนเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาว่าวควายสตูลเพื่อสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด, ควรจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาว่าวควายเชิงสร้างสรรค์โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการเพิ่มมูลค่า จัดทำคู่มือการทำว่าวควายเชิงสร้างสรรค์เพื่อคืนความรู้สู่ชุมชน การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ว่าวควาย การจัดแสดงระบำว่าวควายเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม ควรจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นการทำว่าวควาย การสร้างช่างทำว่าวน้อยท้องถิ่นขึ้นมาโดยปั้นดินให้เป็นดาวให้เด็กได้เรียนรู้จริง ทั้งจากทฤษฎีและปฏิบัติ จัดทำดัชนีความสุขสำหรับคนที่เล่นว่าว อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำว่าวโดยนำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการทำว่าวควาย การสร้างเครือข่ายคนเล่นว่าวเพื่อรวมเป็นกลุ่ม ชมรมว่าวควายที่พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

คำสำคัญ

การมีส่วนร่วมของชุมชนBuffalo KiteBuffalo Kite Festival in SatunConservation and Value Adding of Local WisdomParticipation with Local CommunitiesTo make a Buffalo Kiteการทำว่าวควายการอนุรักษ์และการเพิ่มมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นประเพณีว่าวควายสตูลว่าวควาย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเสริมสร้างสมรรถนะเพื่อการเรียนรู้ของสังคมโดยใช้หลักพุทธธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานของชุมชนในเขตเทศบาลตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

ไพวรรณ วรปรีดา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2559

.โส้ทั้งบั้ง : การดำรงอยู่และสืบทอดตามแนวทางนาฏศิลป์สร้างสรรค์

สรินทร คุ้มเขต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2562

การอนุรักษ์และสืบทอดประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมของคนในตำบลดงมูลเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

แขก บุญมาทัน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

กระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเครื่องจักสานบ้านดงชะพลู ตำบลบางมะฝ่อ อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์

อุทัยวรรณ ภู่เทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2560

อารยธรรมลุ่มน้ำชี : ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาในชุมชนอีสาน

ปัญญา คล้ายเดช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

ธรรมนูญตำบลเชิงพุทธ : กระบวนการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนของประชาชนและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดร้อยเอ็ด

สุทธิพันธ์ อรัญญวาส มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การพัฒนาบทเรียนท้องถิ่นภูมิปัญญาการจักสาน บ้านห้วยมะเกลือ ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง

มะยุรีย์ พิทยาเสนีย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2559

การอนุรักษ์และสืบทอดประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมของคนในตำบลดงมูลเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

แขก บุญมาทัน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

แนวทางการจดัการชุมชนวฒันธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมตำบลเขาทอง จังหวัดนครสวรรค์

วรภพ วงค์รอด มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2561

เมืองโบราณชัยภูมิ: แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรม

วิฑูรย์ บังสันเทียะ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566