กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติ สภาพการจัดการวัดแหล่งท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมการจัดการแหล่งท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบผสานวิธีทั้งการวิจัยเอกสาร สัมภาษณ์ สนทนากลุ่ม และการปฏิบัติการภาคสนาม พื้นที่วิจัย คือวัดนามมงคล ๑๐ แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ๓๑ รูป / คน ได้แก่ ตัวแทนพระสงฆ์ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสำรวจ และแนวทางการสนทนากลุ่ม ใช้การวิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ๑. วัดนามมงคลทั้ง ๑๐ แห่งมีศักยภาพสูงในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา เช่น พระพุทธรูปสำคัญ เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ โบราณสถาน และพุทธศิลปกรรมที่งดงาม บางแห่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองเดินทางสะดวก มีสิ่งให้บริการครบวงจร ส่วนวัดที่ตั้งอยู่นอกเมืองมีโบราณสถาน พุทธศาสนสถานที่สวยงาม และมีธรรมชาติร่มรื่น บรรยากาศที่เงียบสงบ ๒. วัดมีลักษณะสภาพที่ตั้งและบริบทการท่องเที่ยวแตกต่างกัน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการจัดการแหล่งท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์แตกต่างกันใน ๒ ลักษณะ ได้แก่ ๑. วัดที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง ๔ วัด เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานและพุทธศิลปกรรมที่งดงาม มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพราะตั้งอยู่ในเขตเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางการให้บริการการท่องเที่ยวที่ครบวงจร ทั้งสถานที่พัก สถานที่รับประทานอาหารสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ให้บริการข้อมูลการท่องเที่ยว การคมนาคม การดูแลสุขภาพ การสื่อสาร และบริการด้านอื่น ๆ ที่อำนวยความสะดวก ๒. วัดที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมือง จ านวน ๖ วัด เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานและพุทธศิลปกรรมที่งดงามเหมือนวัดที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง แต่มีธรรมชาติที่ ชุ่มชื่นเขียวขจี ทิวทัศน์ที่สวยงาม และบรรยากาศที่เงียบสงบ วัดแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตชานเมือง บางวัดตั้งอยู่บนดอยหรือเชิงเขาที่มีพื้นที่ลาดชัน เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร นอกจากจะมี บันไดเดินขึ้นตามปกติแล้วยังบันไดเลื่อน หรือลิฟต์ส าหรับให้บริการแก่นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ สตรีมี ครรภ์ คนพิการ เด็ก ตลอดจนถึงผู้ที่ไม่สะดวกที่จะเดินขึ้นตามบันไดปกติ ๓. นวัตกรรมที่เกิดจากงานวิจัยเรื่องนี้ ได้แก่ ๑) คู่มือการจัดทำอารยสถาปัตย์สำหรับวัดแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ๒) ห้องน้ำปลอดภัยต้นแบบ สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ ๓) “Application เที่ยววัดงามนามมงคล เมืองเชียงใหม่ ปลอดภัย ได้บุญ” นวัตกรรมเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อวัด หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ นำไปปรับใช้เป็นแนวทางหรือเป็นแบบอย่างในการพัฒนาอารยสถาปัตย์ที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับให้บริการแก่ประชาชนตามความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นสากล นอกจากนั้นนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปย่อมได้ประโยชน์จากการใช้บริการที่สะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป็นการศึกษาเพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาที่ถูกกำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเชิงความเท่าเทียมกันของนักท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ โดยการวิเคราะห์และพัฒนานวัตกรรมการจัดการของวัดงามนามมงคลของกลุ่มอารยสถาปัตย์ที่มีต่อความเชื่อ จารีตและการทำบุญของวัดงามนามมงคลจากกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ภิกษุสงฆ์ บุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมถึงนักวิชาการทางสังคมศาสตร์ หน่วยงานปกครองท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยชุมชนในพื้นที่หลายท่าน ที่มีความพร้อมที่จะศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบคำถามการวิจัย เพื่อสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวของวัดให้เกิดประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาทั้งด้านประโยชน์ในทางวิชาการ สังคม ชุมชนและประเทศชาติ รวมถึงการส่งเสริมความเชื่อและความศรัทธาในการสร้างความสุขทางด้านจิตใจแก่กลุ่มอารยสถาปัตย์ได้อย่างแท้จริง
วิจัย และทบทวนแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
การวิจัยครั้งนี้ถือเป็นสร้างนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบน ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย สร้างความเท่าเทียมกันของสังคมและเป็นการสร้างเมืองเชิงสร้างสรรค์แก่สังคมยุคปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวและคุณค่าทางด้านศิลปะกรรมทางพระพุทธศาสนา รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอารยสถาปัตย์ที่ต้องการความเท่าเทียมกันของคนในสังคม และถือว่าเป็นแนวทางในพัฒนาที่สร้างโมเดลวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสมถือกับการสร้างเมืองศิปละเชิงสร้างสรรค์ที่มีพระพุทธศาสนาเป็นแก่นหลักของสังคมและประเทศ
เป็นการศึกษาเพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาที่ถูกกำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเชิงความเท่าเทียมกันของนักท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากนักท่องเที่ยว เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ภิกษุสงฆ์ บุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยร่วมกับนักวิชาการสังคมศาสตร์ วิศวกรกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยชุมชนในพื้นที่หลายท่าน ที่มีความพร้อมที่จะศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบคำถามการวิจัย เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าของรูปแบบการจัดการวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบนให้เกิดประโยชน์ในทางวิชาการ สังคม ชุมชนและประเทศชาติในวงกว้างต่อไป