กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อสำรวจพื้นที่ของวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบน ๒) เพื่อศึกษาและพัฒนาเส้นการท่องเที่ยวตามคติความเชื่อแห่งเส้นทางแห่งบุญของวัด ๙ ศรีในจังหวัดลำปางและรูปแบบการพัฒนาอารยสถาปัตย์ของวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามรอยครูบาเจ้าศรีวิไชย จังหวัดลำพูน ๓) เพื่อนำเสนอรูปแบบ และแอพพลิเคชั่นของวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่สร้างสรรค์ตามแบบอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบน เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ เอกสาร แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย และปฏิบัติการ โดยกลุ่มตัวอย่าง จากแบบสอบถามจำนวน ๔๐๐ คน จากการสัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน ๗๖ รูป/คน และการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวผ่านสื่อมีเดีย ผลการวิจัย พบว่า แหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ที่มีชื่อเสียงในภาคเหนือตอนบน จำนวนพื้นที่ ๔๐ แห่ง มีความพร้อมบนทางเดิน / ราวบันได คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ % ห้องน้ำที่ได้มาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๕๐ % ลานจอดรถ คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๐๐ % และอุปกรรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๕๐ % การจัดการตามแบบอารยสถาปัตย์การสำรวจความเห็นของนักท่องเที่ยว พบว่านักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ จากการศึกษาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ชอบท่องเที่ยวในวันเสาร์ - อาทิตย์ ประมาณเดือนละ ๑ ครั้ง และเดินทางเป็นครอบครัว ชอบทานอาหารพื้นเมือง ชอบจับจ่ายทางด้านอาหาร / ขนม / เครื่องดื่ม เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ชอบพักค้างคืนในโรงแรม และค่าใช้จ่ายแต่ละครั้ง ๓ - ๕ พันบาท ปัจจัยด้านความสะดวกแบบอารยสถาปัตย์ ได้แก่ ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงสถานที่สำคัญได้กระบวนการสร้างสรรค์พื้นที่ตามแบบอารยสถาปัตย์ สามารถแบ่งได้ ๒ อย่าง ได้แก่ ๑) การจัดการแหล่งท่องเที่ยวดังเดิมที่มีความพร้อมทางด้านกายภาพ การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวการมีส่วนร่วมของชุมชน การอนุรักษ์ และส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม ๒) การจัดการพื้นที่สร้างสรรค์ ๒ แห่ง ได้แก่ ๒.๑) การส่งเสริมการท่องเที่ยวบนคติ ความเชื่อ และเส้นทางบุญของวัด ๙ ศรีในจังหวัด ลำปาง ที่เกิดจากปัจจัยทางด้านความเชื่อ / ศรัทธา ความงดงามทางด้านพุทธศิลป์ การมีส่วนร่วมของชุมชน การสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย และการเข้าถึง / การตอบสนองนักท่องเที่ยว ๒.๒) การพัฒนาวัด ๙ ครูบาสร้าง จากการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงจารีต และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อยกย่อง สรรเสริญ และเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณแก่ครูบาศรีวิไชย และนำเสนอผ่าน Application (Lanna The City of Creative Art) เพื่อให้ข้อมูล ข่าวสาร เส้นทาง กิจกรรมเชิง สร้างสรรค์ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และรวดเร็ว ดังนั้น รูปแบบการจัดการวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบอารยสถาปัตย์จะต้องมีการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากเที่ยว และมีส่วนร่วมกับพื้นที่สร้างสรรค์ โดยภาคี และชุมชนต้องสร้างความประทับใจทางด้านข้อมูลข่าวสาร และการเข้าถึงได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีความพร้อมต่อการต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย เพื่อยกระดับความเป็นมาตรฐานตามแบบอารยสถาปัตย์อย่างแท้จริง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่เพื่อการท่องเที่ยวแบบอารยสถาปัตย์ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์รูปแบบการจัดการวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบน และเกิดนวัตกรรมใหม่ในการจัดการวัดท่องเที่ยว เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการจัดการวัดท่องเที่ยวแบบอารยสถาปัตย์ต้นแบบที่เหมาะสมกับกับการยกระดับนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้พิการ สูงอายุและบุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และมีการทวนความรู้เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบนเพื่อเป็นโมเดลในการสร้างความเท่าเทียมกันของนักท่องเที่ยวตามแบบที่อารยสถปัตย์มีความต้องการในการท่องเที่ยวเชิงศาสนสถานทงพระพุทธศาสนาต่อไป
.วิจัย และทบทวนแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
การวิจัยครั้งนี้ถือเป็นสร้างนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบน ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย สร้างความเท่าเทียมกันของสังคมและเป็นการสร้างเมืองเชิงสร้างสรรค์แก่สังคมยุคปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวและคุณค่าทางด้านศิลปะกรรมทางพระพุทธศาสนา รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอารยสถาปัตย์ที่ต้องการความเท่าเทียมกันของคนในสังคม และถือว่าเป็นแนวทางในพัฒนาที่สร้างโมเดลวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสมถือกับการสร้างเมืองศิปละเชิงสร้างสรรค์ที่มีพระพุทธศาสนาเป็นแก่นหลักของสังคมและประเทศ
เป็นการศึกษาเพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาที่ถูกกำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเชิงความเท่าเทียมกันของนักท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากนักท่องเที่ยว เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ภิกษุสงฆ์ บุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยร่วมกับนักวิชาการสังคมศาสตร์ วิศวกรกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยชุมชนในพื้นที่หลายท่าน ที่มีความพร้อมที่จะศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบคำถามการวิจัย เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าของรูปแบบการจัดการวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแบบอารยสถาปัตย์ในภาคเหนือตอนบนให้เกิดประโยชน์ในทางวิชาการ สังคม ชุมชนและประเทศชาติในวงกว้างต่อไป