กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้เป็นวิธีดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม(Participatory Action Research)โดยประยุกต์ การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และเชิงปริมาณการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบการดูแลตนเองสำหรับผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมของชุมชน พื้นที่ศึกษาชมรมผู้สูงอายุตำบลดอนมะโนรา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัยประกอบด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน อสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพสต.นักวิชาการด้านผู้สูงอายุ อบต. ผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุต้นแบบคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงโดยเทคนิค snow ball วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการจัดเวทีประชุม สนทนากลุ่มย่อย การสัมภาษณ์ การสังเกตแบบมีส่วนร่วม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถาม การบันทึกภาพ ระยะเวลารวบรวมข้อมูล 4 เดือน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน paired t-testโดยการวิจัยแบบเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านอาหาร ด้านการออกกำลังกาย ด้านปฏิบัติตนเมื่อป่วย และด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุ ผลการศึกษาพบว่า1) ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ71-80ปี การศึกษาระดับประถมศึกษา สมรส จำนวนสมาชิกในครอบครัว 3-5 คน อาชีพหลักเกษตร ส่วนใหญ่รายได้น้อยกว่ารายจ่าย โรคประจำตัวที่พบมากดามลำดับคือโรคความดันโลหิตสูง,ความดันโลหิตสูงกับไขมันในเลือดสูง,ปวดเข่าปวดหลัง,ความดันโลหิตสูงกับเบาหวาน2) ความรู้คะแนนเฉลี่ยรายด้านทุกด้านและพฤติกรรมคะแนนเฉลี่ยรายด้านหลังเข้าร่วมกิจกรรมมีระดับพฤติกรรมดูแลสุขภาพสูงขึ้น โดยระดับพฤติกรรมก่อนเข้าและหลังเข้าร่วมกิจกรรมแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) รูปแบบการดูแลตนเองสำหรับผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมของชุมชนประกอบด้วย1)ค้นหาปัญหา2)วางแผนกำหนดแนวทางส่งเสริมสุขภาพ3)ดำเนินกิจกรรมตามแผน 4)ประเมินผลการดำเนินงานและสะท้อนการปฏิบัติสรุปรูปแบบการดูแลตนเองสำหรับผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมของชุมชนที่เหมาะสม คือ การทำกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพที่ผู้สุงอายุและต้นแบบมีส่วนร่วมคิดและตัดสินใจกับชุมชนและเป็นวิธีปฏิบัติที่เข้าถึงง่ายต่อการดูแลตนเองได้ซึ่งสอดคล้องวิถีชีวิตชุมชน ส่วนผลสำเร็จคือผู้สูงอายุมีความสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยวัดจากระดับความปวดพบว่าพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกาย ระดับความปวดลดลงอย่างแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.05) ผลต่อเนื่องที่เกิดจากโครงการวิจัยคือมีต้นแบบผู้สูงอายุอยู่ในชมรมผู้สูงอายุที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเสริมแรงให้ผู้สูงอายุดูแลตนเองได้อย่างเข้มแข็งต่อไป และโครงการส่งเสริมสุขภาพอื่นที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุที่ท้องถิ่นจะช่วยสนับสนุนนต่อไป