การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสะอาดในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง กรณีศึกษา บริษัท จ.เจริญมาร์เก็ตติ้ง จำกัด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสะอาดในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง กรณีศึกษา บริษัท จ.เจริญมาร์เก็ตติ้ง จำกัด มีวัตถุประสงค์ประยุกต์แนวคิดเทคโนโลยีสะอาดในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง จากการปรึกษากับทางบริษัทได้ให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสับโม่มันสำปะหลังซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง ทำหน้าที่ในการลดขนาดหัวมันสำปะหลังให้เล็กลง และการลดความสูญเสียในกระบวนการบรรจุแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นความสูญเสียในกระบวนการผลิต 7 ประการ การดำเนินงานวิจัยเริ่มจาก 1) ศึกษาสภาพทั่วไปของกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง 2) การประเมินเบื้องต้น 3) การประเมินละเอียด 4) การศึกษาความเป็นไปได้ 5) การลงมือปฏิบัติ ผลการดำเนินงานการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสับโม่มันสำปะหลังจากการศึกษาพบว่าเครื่องสับโม่รุ่นใหม่ ปริมาณแป้งที่โม่ได้เฉลี่ย 2,630 ตันต่อเดือน ปริมาณสูญเสียแป้งในกากเฉลี่ย 483.30 ตันต่อเดือน การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสับโม่โดยเปลี่ยนใบเลื่อยจาก 5 เป็น 8 ครั้งต่อเดือน ประสิทธิภาพการโม่เพิ่มขึ้นจาก 75.44% เป็น 82.80% คิดเป็นมูลค่า 965,050 บาทต่อเดือน เครื่องสับโม่รุ่นปัจจุบัน ปริมาณแป้งที่โม่ได้เฉลี่ย 1,170 ตันต่อเดือน ปริมาณสูญเสียแป้งในกากเฉลี่ย 222.05 ตันต่อเดือน การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสับโม่โดยเปลี่ยนใบเลื่อยจาก 3 เป็น 4 ครั้งต่อเดือน ประสิทธิภาพการโม่เพิ่มขึ้นจาก 51.04% เป็น 55.11% คิดเป็นมูลค่า 196,575 บาทต่อเดือน การเปรียบเทียบด้วยหลักเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมประกอบด้วย ราคาเครื่องจักร ราคามันสำปะหลัง ราคาใบเลื่อย ค่าแรงงานพนักงาน ค่าไฟฟ้า ค่าบำรุงรักษา มูลค่าซาก ผลตอบแทน อายุการใช้งาน เครื่องสับโม่รุ่นใหม่มีความคุ้มทุนมากกว่าเครื่องสับโม่รุ่นปัจจุบัน โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิเท่ากับ 2,385,932.38 บาท มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนเท่ากับ 1.00 มีอัตราผลตอบแทนของโครงการเท่ากับ 21.29% ซึ่งเป็นค่าอัตราผลตอบแทนของโครงการสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ 11% และมีระยะเวลาในการคืนทุน 1.14 ปี ผลการลดความสูญเสียในกระบวนบรรจุแป้งมันสำปะหลัง การปรับปรุงกระบวนการบรรจุแป้งมันสำปะโดยการจัดเรียงและปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตใหม่สามารถลดกระบวนการจาก 13 เป็น 12 ขั้นตอน ตัดกระบวนการเคลื่อนย้ายที่ไม่จำเป็นออก 1 กระบวนการ คิดเป็น 7.69% การปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมถึงการออกแบบสายพานลำเลียงขนถ่ายถุงแป้งบรรจุเสร็จทำให้พนักงานในกระบวนการทำงานง่ายลดระยะทางขนส่งจาก 14.98 เมตร เป็น 7.68 เมตร คิดเป็น 48.73% เวลาในกระบวนการบรรจุแป้งมันสำปะหลังลดลงจาก 121.13 วินาที เป็น 90.00 วินาที คิดเป็น 25.69%