การสร้างลูกผสมปทุมมา ทริพลอยด์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการสร้างลูกผสมทริพลอยด์โดยศึกษาความเข้มข้นของสารโคลชิซีนที่เหมาะสมใน การเพิ่มจำนวนโครโมโซมของลูกผสมปทุมมาระหว่าง C. alismatifolia X C. aurantiaca พบว่า การใช้ สารโคลชิซีนที่ความเข้มข้น 800 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำให้เกิดการเพิ่มโครโมโซมสูงสุดคือ 28.83 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการอยู่รอด 66.67 เปอร์เซ็นต์ เมื่อศึกษาลักษณะจำนวนปากใบต่อพื้นที่ 1 ตารางมิลลิเมตร และจำนวนคลอโรพลาสต์ต่อปากใบ พบว่าต้นดิพลอยด์มีจำนวนปากใบสูงสุด (53.10 ปากใบต่อพื้นที่ 1 ตารางมิลลิเมตร) และมีจำนวนคลอโรพลาสต์ต่ำสุด (19.15 คลอโรพลาสต์ต่อปาก ใบ) พืชเตตราพลอยด์ มีจำนวนปากใบเฉลี่ย 35.10 ปากใบต่อพื้นที่ 1 ตารางมิลลิเมตร และมีจำนวน คลอโรพลาสต์เฉลี่ย 38.10 คลอโรพลาสต์ต่อปากใบ และพืชออคตาพลอยด์ มีจำนวนปากใบเฉลี่ย 22.35 ปากใบต่อพื้นที่ 1 ตารางมิลลิเมตร และมีจำนวนคลอโรพลาสต์เฉลี่ย 65.80 คลอโรพลาสต์ต่อ ปากใบ เมื่อทำการทดสอบความมีชีวิต และความสามารถในการงอกหลอดละอองเกสรบนอาหาร สังเคราะห์ของลูกผสมต้นเตตราพลอยด์ พบความผิดปกติในการสร้างละอองเกสรกล่าวคือ บางต้นมี การสร้างละอองเกสรได้น้อยแต่เกสรไม่มีชีวิต บางต้นละอองเกสรมีชีวิตแต่ไม่สามารถงอกได้ และบาง ต้นไม่สร้างละอองเกสร เมื่อทำการผสมข้ามโดยใช้ลูกผสมข้ามเตตราพลอยด์เป็นพ่อและ C. alismatifolia เป็นแม่พบว่าละอองเกสรไม่สามารถงอกหลอดและติดเมล็ดได้ เมื่อทำการผสมสลับโดย ใช้ C. alismatifolia เป็นพ่อ และสายพันธ์ลูกผสมข้ามเตตราพลอยด์เป็นแม่ พบว่าสามารถติดเมล็ดได้ ในบางคู่ผสม และเมื่อศึกษาลักษณะของลูกผสมปทุมมาซึ่งเป็นต้นทริพลอยด์ (2n = 3x) เปรียบเทียบ กับพ่อแม่พบว่า ลูกผสมมีลักษณะของ C. alismatifolia มากขึ้น ซึ่งช่อดอกเหล่านี้มีลักษณะสวยงาม เหมาะสำหรับการเป็นไม้ตัดดอกได้เป็นอย่างดี