การคำนวณค่ารังสีรวมของดวงอาทิตย์จากข้อมูลอุตุนิยมวิทยาสำหรับจังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ทำการคำนวณรังสีรวมของดวงอาทิตย์จากค่าความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิอากาศแวดล้อมสูงสุด และต่ำสุด โดยในลำดับแรกได้คำนวณค่ารายวันเฉลี่ยต่อเดือนของรังสีรวม (H) และค่ารายวันเฉลี่ยต่อเดือนของความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิอากาศสูงสุด และต่ำสุด (T) ของสถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งคำนวณค่ารายวันเฉลี่ยต่อเดือนของรังสีดวงอาทิตย์นอกบรรยากาศโลก (oH) ขั้นตอนต่อไปจึงทำการสร้างแบบจำลองโดยเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง oH/H กับ T ผลที่ได้พบว่า ตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบจากนั้นจึงนำแบบจำลองที่ได้ ไปทำการทดสอบเพื่อหาประสิทธิภาพโดยนำไปคำนวณหาค่า H จากค่า T ของปี พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นข้อมูลอิสระไม่ได้ นำมาใช้ สร้างแบบจำลอง ผลที่ได้พบว่า ค่า H ที่คำนวณได้จากแบบจำลอง และค่าที่ได้จากการวัดส่วนใหญ่มีความสอดคล้องกัน โดยแตกต่างกันในรูปของ RMSD และ MBD เท่ากับ 5.58% และ -1.44% ตามลำดับ จากนั้นผู้วิจัยจึงนำแบบจำลองดังกล่าวไปคำนวณค่ารายวันเฉลี่ยต่อเดือนของรังสีรวมที่สถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบูรณ์ (กลุ่มงานอุตุนิยมวิทยาอุทกหล่มสัก) และสถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบูรณ์ (กลุ่มงานอุตุนิยมวิทยาอุทกวิเชียรบุรี) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ถึง 2559 และนำค่ารังสีรวมของทั้ง 3 สถานี มาทำการเปรียบเทียบกัน ผลที่ได้พบว่า ค่ารังสีรวมของสถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบูรณ์มีค่าสูงสุด ส่วนสถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบูรณ์ (กลุ่มงานอุตุนิยมวิทยาอุทกหล่มสัก) และสถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบูรณ์ (กลุ่มงานอุตุนิยมวิทยาอุทกวิเชียรบุรี) มีค่าใกล้เคียงกัน