ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ต่อฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ของพื้นที่ภาคเหนือ ของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ต่อฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ของพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย การศึกษาประกอบไปด้วยประมาณค่าฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ ช่วงเวลา 1 วัน ด้วยวิธี Generalized method โดยใช้ข้อมูลฝนจากสถานีวัดน้ำฝนในภาคเหนือ 172 สถานี และข้อมูลอุณหภูมิจุดน้ำค้างจากสถานีตรวจวัด 21 สถานี ข้อมูลฝนรายวัน ตั้งแต่ พ.ศ. 2464 ถึง พ.ศ. 2558 ข้อมูลอุณหภูมิจุดน้ำค้างราย 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2554 ในการวิเคราะห์หาปริมาณฝนสูงสุดจากพายุฝนลูกใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จะตรวจสอบว่าช่วงระยะเวลา 15 ปีย้อนหลัง ว่ามีพายุฝนลูกใหญ่เกิดขึ้นกี่ครั้ง ที่ส่งผลกระทบต่อเส้นโค้ง enveloping curve ของกราฟความลึกน้ำฝน-พื้นที่-ช่วงเวลา ของฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ ผลการศึกษาได้เส้นโค้ง enveloping curve ของกราฟความลึกน้ำฝน-พื้นที่-ช่วงเวลา ของฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ ช่วงเวลา 1 วัน ที่ได้ทำการปรับแก้โดยทำความชื้นของพายุฝนให้สูงสุดและย้ายพายุฝน อุณหภูมิจุดน้ำค้างสูงสุดของพื้นที่ที่ศึกษาอยู่มี่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เท่ากับ 27.4 องศา เซลเซียส นอกจากนี้ยังได้แผนที่เส้นชั้นน้ำฝนของฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ ช่วงเวลา 1 วัน สำหรับพื้นที่พายุฝน 25 ตร.กม., 1000 ตร.กม. และ 5000 ตร.กม. การหาค่าฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ ช่วงเวลา 1 วัน สำหรับพื้นที่พายุฝนขนาดอื่นๆ ของตำแหน่งที่ตั้งใดๆ สามารถทำได้โดยการอ่านค่าความลึกน้ำฝนสูงสุดจากเส้นค้าง enveloping curve แล้วนำมาคูณกับค่าแฟกเตอร์ปรับแก้เกี่ยวกับความชื้นและระดับความสูงของพื้นที่ของสถานที่นั้น จากแผนที่เส้น contour ของแฟกเตอร์การปรับแก้ จากการพิจารณาปริมาณฝนของพายุฝนลูกใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ศึกษา พบว่าจากพายุฝนลูกใหญ่ 20 อันดับแรก จะมีพายุฝนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2000 ถึง ค.ศ. 2015) ถึง 6 ลูก และมีค่าปริมาณฝนที่สถานีวัดน้ำฝน เท่ากับ 401.0 มม., 378.0 มม., 330.0 มม., 310.0 มม., 293.6 มม. และ 285.5 มม. ในขณะที่ปริมาณฝนสูงสุดในพื้นที่เท่ากับ 521.0 มม. และพายุฝนทั้ง 6 ลูก ยังไม่มีผลกระทบกับ เส้นโค้ง enveloping curve ของฝนสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ แต่เมื่อเทียบจำนวนพายุฝนลูกใหญ่ที่เกิดขึ้นในระยะ 15 ปีหลัง จะเป็นไปได้ว่า เส้นโค้ง enveloping curve มีแนวโน้มจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยพายุฝนลูกที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในอนาคต