กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบและประเมินคุณภาพของรูปแบบการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถ ในการเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้ ชีวิตของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดชัยนาท 2) เปรียบเทียบผลของการใช้รูปแบบการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญกับปัญหา และอุปสรรคในการใช้ ชีวิตของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดชัยนาท ของกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุมก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และหลังการติดตามผล 3) ประเมินความพึงพอใจของกลุ่มทดลองหลังการเข้าร่วมพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิตของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดชัยนาทประชากรที่ใช้ในการวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบ เป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในจังหวัดชัยนาท จ านวนทั้งสิ้น 6,321 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาการเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิตของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดชัยนาท ได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยพิจารณากลุ่มตัวอย่างที่มีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิต โดยรวมตั้งแต่ 25 เปอร์เซ็นต์ไทล์ลงมา จ านวน 100 คน แล้วสุ่มอย่างง่ายเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ 1) รูปแบบการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วมซึ่งผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นมี 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 กำหนดเป้าหมาย ขั้นที่ 2 เข้าใจเนื้อหา ขั้นที่ 3 พัฒนาทีละขั้นตอน ขั้นที่ 4 สอนประยุกต์ด้วยสื่อ ขั้นที่ 5 การประเมินผลด้วยการจัดกิจกรรม 2) แบบวัดความสามารถในการเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิตที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) จากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว 3) แบบประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วม ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองทั้งระยะหลังการทดลองและติดตามผลมีความสามารถในการการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคสูงกว่าในระยะก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ทั้งในภาพรวม และในรายด้านทั้งห้าด้าน นอกจากนี้ยังพบว่า ในด้านที่ 3 ด้านความรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้น ในระยะหลังการทดลอง มีความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคสูงกว่าระยะติดตามผลอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ในกลุ่มควบคุมพบว่า มีภาพรวมและด้านความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ อดทน พยายาม ที่พบความแตกต่างในสามระยะ ในด้านภาพรวมพบว่า ระยะหลังการทดลอง และระยะติดตามผล มีความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และในด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อดทน พยายาม พบว่า ระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผล มีความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ ระยะหลังการทดลองมีความสามารถในการเผชิญ และฟันฝ่าอุปสรรคสูงกว่าระยะติดตามผล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 หลังการทดลองผลการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วมความพึงพอใจอยู่ในระดับพอใจมากที่สุด