การพัฒนากระบวนการชุบแข็งมีดพร้าโดยใช้วิธีการให้ความร้อนแบบเหนี่ยวนำ กรณีศึกษา: กลุ่มผลิตภัณฑ์มีดพร้านาถ่อน จังหวัดนครพนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการชุบแข็งมีดพร้า จากกระบวนการเดิมที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านไม้เป็นการพัฒนานวัตกรรมพลังงานความร้อนโดยใช้วิธีการเหนี่ยวนำ วิธีการวิจัยประกอบด้วยการสร้างวงจรอินเวอร์เตอร์เรโซแนนซ์แบบคลาสดีเพื่อสร้างความร้อนจากหลักการเหนี่ยวนำสำหรับงานชุบแข็งผิวมีดพร้า โดยอินเวอร์เตอร์คลาสดีจะประกอบด้วยสวิตช์ไวงาน จำนวน 2 ตัว สลับกันทำงานตามสัญญาณคาบและออกแบบการทำงานภายใต้เงื่อนไขการสวิตช์แรงดันสูง ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้า 220 โวลต์ ความถี่ 50 Hz ต่อร่วมกับวงจรเร็กติไฟท์แบบบริดส์เต็ม และวงจรกรองความถี่แบบแอลซี เพื่อเป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้กับอินเวอร์เตอร์คลาสดี ในส่วนของหม้อแปลงความถี่สูงได้ใช้เทคนิคผลรวมของตัวเหนี่ยวนำรั่วไหล และตัวเหนี่ยวนำทำแม่เหล็ก การทำชุดแมทชิ่งเรโซแนนซ์แบบแอลแอลซี สัญญาณที่ได้จะถูกส่งต่อไปยังหม้อแปลงความถี่สูง ในขณะที่ให้ความร้อนแก่บริเวณคมมีดที่มีขนาดยาว 30 เซนติเมตร กว้าง 0.5 เซนติเมตร และหนา 1 มิลลิเมตร การชุบแข็งจำนวน 10 ชิ้นงาน โดยความร้อนที่เกิดขึ้นจากอุณหภูมิห้อง ถึง 500 องศาเซลเซียส การชุบแข็งจำนวน 10 ชิ้นงาน ผลการวิจัยพบว่าการชุบแข็งมีดพร้าใช้ความร้อนจากเตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำมีค่าความแข็งเฉลี่ย 25.45 HRC. ต้นทุนค่าใช้จ่ายของการชุบแข็งด้วยเตาไฟฟ้าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 37.5 ดังนั้นการประยุกต์ใช้การชุบแข็งด้วยการใช้ไฟฟ้าเหนี่ยวนำจึงเป็นทางเลือกในลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพร้า