ดนตรีหนังตะลุง : ปรากฏการณ์ที่เปลี่ยน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง “ดนตรีหนังตะลุง: ปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลง” เป็นงานวิจัยที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ นำเสนอข้อมูลเชิงพรรณนาวิเคราะห์ โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย ได้แก่ ๑) เพื่อศึกษาดนตรีและรูปแบบการแสดงหนังตะลุงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ๒) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางดนตรีและรูปแบบการแสดงหนังตะลุง ๓) เพื่อศึกษาแนวทางในการอนุรักษ์ และส่งเสริมการแสดงหนังตะลุงในมุมมองของนายหนังและลูกคู่หนังตะลุง ผลการวิจัย พบว่า การแสดงหนังตะลุงทั่วไปที่ใช้ดนตรีสด แต่ละคณะมีเครื่องดนตรีที่ใช้เหมือนกันจำนวน ๙ ชิ้น ได้แก่ ปี่ โหม่ง ฉิ่ง ทับ กีตาร์ เบส คีย์บอร์ด กลองชุด และกลองทอมบ้า โดยบางคณะมีการใช้เครื่องดนตรีอื่นๆ เสริมเข้ามาเพิ่ม เช่น ซออู้ ขลุ่ย ฉาบ แทมบูริน หรือ แซกโซโฟน เป็นต้น ส่วนหนังคอม ใช้เครื่องดนตรีสดเพียง ๔ ชิ้น ได้แก่ โหม่ง ฉิ่ง ทับ และกลองชุด ซึ่งทั้งการแสดงหนังตะลุงทั้ง ๒ แบบ มีทีมงานทำชุดลูกคู่หนังตะลุงให้เช่าไว้บริการสำหรับนายหนังตะลุงที่ไม่มีลูกคู่ประจำเป็นของตนเอง บทเพลงที่ใช้เล่นประกอบการแสดงหนังตะลุง มีทั้งเพลงหนังซึ่งนำทำนองมาจากเพลงไทยเดิม เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง เพลงฮิตตามยุคสมัย และทำนองเพลงพื้นบ้าน โดยเพลงลูกกรุง ลูกทุ่ง เพลงฮิตตามยุคสมัย บางคณะนำมาเล่นเฉพาะแบบดนตรีบรรเลง บางคณะเล่นทั้งแบบดนตรีบรรเลงและขับร้อง ซึ่งแต่ละคณะเล่นบทเพลงเหล่านี้ในช่วงการแสดงที่เหมือนและแตกต่างกัน โดยเครื่องดนตรีต่างๆใช้วิธีการเล่นที่มีรูปแบบชัดเจนตามวิธีการเล่นแบบตะวันตก ยกเว้นเพลงหนังซึ่งแต่ละคณะมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลูกคู่ในคณะนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีการเปิดจอร้องเพลงหลังจากเล่นเรื่องเสร็จ มีการขับร้องในลักษณะด้นสด และ ร้องเพลงแปลง เพื่อความสนุกสนานตามเนื้อเรื่อง ส่วนรูปแบบการแสดงในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์สูง การเปลี่ยนแปลงทางดนตรีและรูปแบบการแสดงหนังตะลุงในช่วงประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๐ – ๒๕๕๙ ในพื้นที่จังหวัดตรัง มาจาก ๒ ปัจจัยใหญ่ๆ ได้แก่ ๑)ปัจจัยภายนอกเกิดจากความเจริญทางเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาไปตามยุคสมัย สภาพเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตที่ต่างไปจากอดีต อิทธิพลของสื่อต่างๆ แนวเพลงตามท้องตลาดและวิธีการเล่นแบบตะวันตก รวมถึงการขาดความรู้ความเข้าใจในการแสดงหนังตะลุงของผู้ชม ๒)ปัจจัยภายในเกิดจากนายหนังและลูกคู่ต้องการนำความสามารถของตนมาประยุกต์ และพัฒนาการแสดงหนังตะลุงเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย สร้างเอกลักษณ์ให้กับคณะของตนเอง ทำให้ผู้ชมทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการแสดงหนังตะลุงได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม สามารถดึงดูดผู้ชมได้ ส่วนแนวทางในการอนุรักษ์ และส่งเสริมการแสดงหนังตะลุงนั้นสามารถทำได้โดยอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วน ทั้งตัวศิลปินหนังตะลุง ผู้ชมหนังตะลุง สถาบันครอบครัว สถานศึกษาในทุกระดับ สื่อต่างๆ ตลอดจนหน่วยของรัฐและเอกชน เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชม สนับสนุนและส่งเสริมการแสดงหนังตะลุง ตลอดจนสร้างค่านิยมความเป็นท้องถิ่นให้แก่ผู้ชมในทุกๆวัย เพื่อให้เกิดความตื่นตัว ตระหนัก หวงแหนและร่วมกันสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติสืบไป คำสำคัญ ดนตรีหนังตะลุง ปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลง