การศึกษาการเสื่อมสภาพของคอนกรีตเนื่องจากไพไรต์ กรณีศึกษาอาคารเรียน 4 ชั้น โรงเรียนเทศบาลเมืองตาก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุการหลุดร่อนของผิวคอนกรีตในแผ่นพื้นคอนกรีต สำเร็จรูปของอาคารเรียนขนาด 4 ชั้น โรงเรียนเทศบาลเมืองตาก จังหวัดตาก จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มวลรวมหยาบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการหลุดร่อนของผิวคอนกรีต และพบว่าการหลุดร่อนเกิดจากปฏิกิริยา ทางเคมีของมวลรวมและบริเวณโดยรอบมวลรวม ทำให้ปริมาตรเพิ่มขึ้นจนดันให้คอนกรีตหลุดร่อน และพบ คราบสีน้ำตาลรอบมวลรวมที่เกิดปฏิกิริยา ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าอาจมีสารประกอบของไอรอนซัลไฟด์ เช่น ไพ ไรต์ (FeS2) ไพโรไทต์ (FeS) หรือมาร์คาไซท์ (FeS2) ปนอยู่ในมวลรวม การทดลองในงานวิจัยนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือการทดสอบมวลรวมจากแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป เพื่อยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากสารประกอบของไอ รอนซัลไฟด์ในมวลรวม การตรวจสอบสภาพแวดล้อมของห้องเรียนในแต่ละชั้น และการศึกษาแนวทางการ ซ่อมแซมพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปที่เสียหายจากการหลุดร่อนที่เหมาะสม จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าการ หลุดร่อนของผิวคอนกรีตในอาคารเรียนโรงเรียนเทศบาลเมืองตาก เกิดจากมวลรวมที่มีไพไรต์ปะปนอยู่ และ ห้องเรียนที่มีความชื้นต่ำและอุณหภูมิสูงเกิดปัญหาการหลุดร่อนน้อยกว่าห้องเรียนที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิ ต่ำ วัสดุที่เหมาะสมสำหรับซ่อมแซมพื้นได้แก่ ซิก้าโมโนท๊อป 614 T ส่วนวัสดุที่ใช้ในการป้องกันความชื้นที่ เหมาะสม คือ สีน้ำอะครีลิกทีโอเอเอ็กซ์ตร้าชิลด์