ผลกระทบของซัลเฟตต่อกำลังของดินซีเมนต์ และความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์ของเถ้าลอยในการปรับปรุงกำลังดินซีเมนต์ภายใต้การทำลายของซัลเฟตภายใต้สภาวะเปียกสลับแห้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ ทำการศึกษาการพัฒนากำลังอัดและความคงทนของดินลูกรังปรับปรุงด้วยปูนซีเมนต์และเถ้าลอย ภายใต้การทำลายของโซเดียมซัลเฟตแบบวัฏจักรเปียกสลับแห้งในน้ำและสารละลายโซเดียมซัลเฟต ผลการศึกษาพบว่า กำลังอัดของดินตัวอย่างแปรผันปริมาณน้ำในการบดอัด มีค่าสูงสุดที่ปริมาณน้ำที่เหมาะสม ภายใต้การทดสอบกำลังอัดแกนเดียวของตัวอย่างดินผสมซีเมนต์ในปริมาณเท่ากับ 4, 6, 7, 9 และ 13% ของน้ำหนักดินแห้ง สำหรับอัตราส่วนปลอดภัยเท่ากับ 1, 1.25, 1.5, 2 และ 3 ตามลำดับ พบว่า ในทุกๆ ตัวอย่าง ค่ากำลังอัดแกนเดียวของดินลูกรังที่ปรับปรุงด้วยซีเมนต์ ที่อายุบ่ม 7 วัน เมื่อผ่านวัฏจักรเปียกสลับแห้งในน้ำและในสารละลายโซเดียมซัลเฟต มีค่าลดลงตามจำนวนรอบที่เพิ่มขึ้น โดยที่ดินตัวอย่างที่ผสมปริมาณซีเมนต์เท่ากับ 4, 6 และ 7% ของน้ำหนักดินแห้ง ค่ากำลังอัดแกนเดียวของตัวอย่างที่ทดสอบในสารละลายโซเดียมซัลเฟต มีค่าต่ำกว่าตัวอย่างที่ทดสอบในน้ำเปล่า และมีค่าต่ำกว่าค่ากำลังที่มาตรฐานกรมทางกำหนด เมื่อทำการแทนที่ซีเมนต์ด้วยเถ้าลอย ในปริมาณเถ้าลอยที่เหมาะสม ซึ่งมีปริมาณเท่ากับ 20% ของน้ำหนักซีเมนต์ พบว่า ดินตัวอย่างที่ปริมาณซีเมนต์เท่ากับ 6% และ 7% ของน้ำหนักดินแห้ง แทนที่ด้วยเถ้าลอยที่ปริมาณ 20% ของน้ำหนักซีเมนต์ มีค่ากำลังสูงกว่าค่าที่ใช้ในการออกแบบที่อายุบ่ม 7 วันของกรมทางหลวง งานวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่า การแทนที่ซีเมนต์ด้วยเถ้าลอยในปริมาณที่เหมาะสม สามารถเพิ่มความคงทนให้ดินซีเมนต์มีค่าเพิ่มขึ้นได้