การวิจัยเชิงบูรณาการเพิ่มขีดความสามารถการมีส่วนร่วมของชุมชน สู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การกำหนดแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการการจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ การศึกษาองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่กระบวนการจัดการองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ สืบทอด และเผยแพร่ การทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ การหาแนวทางนำกระบวนการจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชิงสร้างสรรค์ และ การสร้างรูปแบบการจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ด้วยการคัดเลือกกลุ่มผู้นำชุมชนใช้วิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive) ประกอบด้วยผู้นำชุมชนที่เป็นผู้นำที่เป็นทางการ ได้แก่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้นำที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งกลุ่มผู้นำชุมชนได้แก่ ผู้นำทางความคิด และผู้นำทางด้านอาชีพของจังหวัดสุรินทร์ ผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาของกลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์พบว่า ภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการทอผ้าไหมได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสืบต่อกันมาสู่พ่อ แม่ ลูกหลาน เครือญาติ ด้วยการจดจำจากการฝึกปฏิบัติ โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างจากการทำนาเป็นช่วงเวลาการทอผ้าไหม โดยมีเป้าหมายเพื่อทอผ้าไหมสำหรับใช้ในครัวเรือนและการขายให้กับลูกค้าที่สนใจ สำหรับรูปแบบการผลิตมีการประยุกต์และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามยุคสมัย ซึ่งภูมิปัญญาการผลิตผ้าไหมของกลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ขาดคนที่สนใจมาสืบทอด การทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมอาจสูญหายไป รวมทั้งขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผ้าไหมมีสภาพไม่สมบูรณ์ ส่งผลทำให้ผลผลิตทั้งในเชิงปริมาณต่ำ ผลการศึกษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาการทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ พบว่าขั้นตอนการทอผ้าไหมของกลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ ส่วนใหญ่ยังดำเนินการอยู่เหมือนในอดีต แต่พบว่าในบางขั้นตอนที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการแต่กลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านต้องอาศัยวัตถุดิบหรือการจ้างให้บุคคลอื่นทำให้ เช่น ขั้นตอนการสาวไหมยืนเป็นขั้นตอนที่ไม่มีการดำเนินการ เนื่องจากกลุ่มไม่สามารถผลิตเส้นไหมที่มีคุณภาพได้ซึ่งมีปัจจัยหลายด้าน เช่น คุณภาพของรังไหม ประสิทธิภาพของเครื่องมือสาวไหม ประสิทธิภาพกระบวนการสาวไหม เช่น การควบคุมอุณหภูมิขณะสาวไหม ความสม่ำเสมอของการเติมรังไหม เป็นต้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ขั้นตอนการสาวไหมยืนเป็นขั้นตอนที่อาจไม่มีการดำเนินการในกลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้าน การจัดทำแผนแม่บทที่เป็นแผนภูมิในการพัฒนาคลัสเตอร์ เพื่อพัฒนาให้เกิดการวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ที่มีการกำหนดทิศทาง เป้าหมายและกลยุทธ์ รวมทั้งแผนปฏิบัติการในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเครือข่ายและกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้องสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนากลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์และเครือข่ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์กลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ประกอบด้วยแผนแม่บทการพัฒนา 5 แผน ดังนี้ แผนแม่บทการพัฒนาที่ 1. แผนแม่บทการสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ แผนแม่บทการพัฒนาที่ 2. แผนแม่บทการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ แผนแม่บทการพัฒนาที่ 3. แผนแม่บทการพัฒนาการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ แผนแม่บทการพัฒนาที่ 4. แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์และเครือข่าย แผนแม่บทการพัฒนาที่ 5. แผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มทอผ้าไหมพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์และเครือข่าย