การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อรายงานการวิจัย : การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนปราสาสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ผู้วิจัย : พระครูปริยัติวิสุทธิคุณ, รศ.ดร., พระปรัชญา ชยวุฑฺโฒ, ดร.ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม, พระอธิการเวียง กิตฺติวณฺโณ, ผศ.ดร. นายธีรทิพย์ พวงจันทร์ส่วนงาน : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ปีงบประมาณ : ๒๕๖๔ทุนอุดหนุนการวิจัย: กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมบทคัดย่อการวิจัยเรื่อง การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ มีวัตถุประสงค์ ๔ ประเด็น คือ ๑) เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ ๒) เพื่อพัฒนาสินค้าและรูปแบบการบริการการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ ๓) เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ และ ๔) เพื่อศึกษากลไกการจัดการและเครือข่ายการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบปฏิบัติการ (Action Research) และการออกแบบการวิจัยแบบพัฒนา (Research and Development) โดยศึกษาข้อมูลจากการศึกษาเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง และจากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสาคัญ จานวน ๑๙๘ รูป/คนและ ใช้วิธีการพรรณนาวิเคราะห์ผลการวิจัยพบว่า๑) ประวัติศาสตร์และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า จากหลักฐานโบราณคดีที่ขุดพบในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ยังพบแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของชุมชนโบราณยุคโลหะตอนปลายเป็นจานวนมากแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทั้งศิลปกรรม สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ศาสนา เศรษฐกิจ และการปกครอง และปราสาทหินที่เก่าแก่ที่สุดและมากที่สุดในประเทศไทย ที่สร้างมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อาณาจักรเจนละ ปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์พบว่ามีจานวน ๓๙ แห่ง ใน ๑๕ อาเภอ ที่ปรากฏว่ามีปราสาทขอมตั้งอยู่ ได้แก่ อาเภอเมืองสุรินทร์ อาเภอกาบเชิง อาเภอปราสาท อาเภอบัวเชด อาเภอศีขรภูมิ อาเภอจอมพระ อาเภอท่าตูม อาเภอสังขะ อาเภอพนมดงรัก อาเภอโนนนารายณ์ อาเภอรัตนบุรี อาเภอเขวาสินรินทร์ อาเภอลาดวน อาเภอสาโรงทาบ และอาเภอสนม ซึ่งในแต่ละแห่งมีสภาพของตัวอาคารและพื้นที่ๆ แตกต่างกัน บางแห่งสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ส่วนของกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ จากการศึกษาพบว่าปราสาทขอมมีจานวน ๑๒ แห่งเท่านั้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชน สนับสนุนให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ปราสาทขอม โดยนิยมจัดในรูปแบบของการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการแสดงแสง สี เสียง เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาและขตานานที่เกี่ยวกับปราสาทขอมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กาหนดจัดขึ้นตามกรอบระยะเวลา เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจึงต้องมาในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น เพราะกิจกรรมที่สามารถทาได้ในพื้นที่ชุมชนปราสาทขอมมีกิจกรรมที่จากัด ซึ่งสามารถทาได้เพียงการถ่ายภาพคู่กับปราสาท การศึกษาประวัติของปราสาทแห่งนั้นๆ และมีบางแห่งที่สามารถเลือกซื้อสินค้าที่มาขายในบริเวณปราสาทได้ ซึ่งปราสาทขอมทั้ง ๑๒ นั้นได้แก่ ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทช่างปี่ ปราสาทบ้านอนันต์ ปราสาทภูมิโปน ปราสาทบ้านจารย์ ปราสาทหมื่นชัย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ปราสาทเบง ปราสาทยายเหงา ปราสาทตามอญ ปราสาทตระเปียงเตีย เป็นต้น ที่สามารถต่อยอดกิจกรรมในพื้นที่และสร้างเศรษฐกิจในชุมชนต่อไป และในประเด็นการจัดการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ จากข้อจากัดในหลายๆด้านทั้งพื้นที่ และความสมบูรณ์ของตัวปราสาทขอมเอง ส่งผลให้ความน่าสนใจของตัวปราสาทขอมมีน้อยลง การจัดการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ยังคงเป็นหน่วยงานหลัก คือ สานักศิลปากรที่ ๑๐ (นครราชสีมา) กรมศิลปากร เป็นเจ้าของพื้นที่ในการบริหารจัดการและจัดหาสิ่งอานวยความสะดวกให้เกิดขึ้นในพื้นที่ แต่ด้วยจานวนของปราสาทขอมทั้งที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และยังไม่ขึ้นทะเบียนมีประมาณ 39 แห่งนั้น๒) การพัฒนาสินค้าและรูปแบบการบริการการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า ๑) ต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า : จังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่มีทุนทางสังคมทั้งมี ๕ รูปแบบ คือ (๑) จิตวิญญาณ: แบ่งออก ๒ กลุ่มใหญ่ คือ (๑.๑) กลุ่มความเชื่อหรือศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นฐาน คือ เป็นกลุ่มที่มีพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง (๑.๒) กลุ่มความเชื่อท้องถิ่นที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน (๒) ทุนทางปัญญา : ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงช้างหรือเรียกว่า คชศาสตร์, ความรู้เกี่ยวกับการสร้างปราสาทขอม, ความรู้ด้านการทาการเกษตร, ความรู้ด้านการวางผังเมือง, ความรู้ด้านการทาเครื่องปั่นดินเผ่า เช่นที่ชุมชนบ้านปราสาทช่างปี่ เป็นต้น ภูมิปัญญาการทอผ้าไหมมัดหมี่ เป็นต้น (๓) ทรัพยากรมนุษย์: บรรพบุรุษกลุ่มชาติพันธ์ต่าง ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตนเอง จังหวัดสุรินทร์มีความหลากหลายทางชาติพันธ์ ของเผ่าสุรินทร์ ที่มีเอกลักษณ์ เช่น ลาว กูย เขมร ที่มีวัฒนธรรมการกิน การแต่งงกาย วิถีชีวิต ภาษาที่ต่างกัน (๔) ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ : มีที่ราบสาหรับปลูกข้าวหอมมะลิ มีแม่น้าที่สาคัญไหลผ่าน คือ แม่น้ามูล, แม่น้าชี และมีแหล่งน้าที่สาคัญหลายแห่ง เช่น ห้วยเสนง, ห้วยลาพอก, ห้วยทับทันเป็นต้น รวมทั้งเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ติดชายแดนกัมพูชา โดยมีเทือกเขาพนมดงรัก เป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยกับชาวกัมพูชา ภูเขาสวาย (๕) ทุนโภคทรัพย์ คือ ปราสาทขอม ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของชาวสุรินทร์ได้ร่วมกันสร้างซึ่ง มีปราสาทขอมในเขตอีสานใต้ของประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งแห่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งอารยธรรมขอมปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์เหล่านี้ ในส่วนของทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์ พบว่า สุรินทร์เป็นจังหวัดเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทางศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิต คชศาสตร์ชาวกูย, เจรียง, กันตรึม ประเกือมสุรินทร์, ภาษาเขมรถิ่นไทย ภาษากูย-กวย กะโน้บติง ราตร๊ต และมะม๊วต ๒) การพัฒนาสินค้าของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า การสร้างสินค้าจากคต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนปราสาทขอมเป็นมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นในจังหวัดสุรินทร์ มีทั้งที่ยังคงรักษาอยู่ แต่กระจัดกระจายและถูกทาให้ลดจานวนลงอย่างมาก ยังไม่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว รวมทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ทั้งมีราคาถูกและด้อยคุณภาพ สาเหตุเนื่องจากตลาดชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ยังไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนเท่าที่ควร และนักท่องเที่ยวยังมีไม่มากพอหากเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ในประเทศไทย ดังนั้น ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปราสาทขอมนั่น คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีปราสาทขอมซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนเป็นฐานคติทางความคิด โดยผู้วิจัยได้แบ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุนวัฒนธรรมปราสาทาขอม โดยแบ่งสินค้าใน ๓ รูปแบบ คือ (๑) ตราสัญลักษณ์สินค้า: ตราสัญลักษณ์สินค้าหรือโลโก้ (Logo) ของแต่ละชุมชมปราสาท โดยมีลวดลายจากปราสาทขอมนามาออกแบบเป็นตราสัญลักษณ์ (๒) กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ผ้าไหม: จังหวัดสุรินทร์เป็นแหล่งผลิตผ้าไหมจานวนมาก มีลวดลายที่หลากหลาย แต่กล่องบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมยังไม่เป็นจุดสนใจแก่นักท่องเที่ยว ดังนั้น การออกแบบกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ผ้าไหมประจาชุมชนปราสาทขอม ๔ ชุมชน โดยใช้ฐานคติทุนทางวัฒนธรรม คือ องค์ปราสาทขอม เป็นต้นแบบการออกแบบ และ (๓) แก้วน้าลายปราสาทขอม: สินค้าหนึ่งที่ยังไม่มีการวางขายตามร้านตลาดในชุมชนปราสาทขอม และร้านขายของที่ระลึกในจังหวัดสุรินทร์ นั่นคือ แก้วน้าใส่แต่มีลวดลายปราสาทขอม ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันเป็นทุนที่ทรงคุณค่า คู่ควรแก่การอนุรักษ์ (๓.๑) แก้วน้าลายเส้นปราสาทขอมศีขรภูมิ: ใช้รูปนางอัปสราถือดอกบัวพร้อมนกแก้วที่มีปรากฏในองค์ปราสาทมาเป็นลวดลายประดับแก้วน้า และลายเส้นตราสัญลักษณ์ พร้อมกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ (๓.๒) แก้วน้าลายเส้นปราสาทช่างปี่: ใช้ลายเส้นปราสาทช่างปี่ และตราลายเส้นสีทองเข้มเป็นตราสัญลักษณ์ พร้อมกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ (๓.๓) แก้วน้าลายเส้นปราสาทภูมิโปน: ใช้ลายเส้นของดอกผักกูดที่เป็นลายขอมโบราณที่ปรากฏในหน้าบันทางเข้าองค์ปราสาทภูมิโปนและซุ้มประตู พร้อมด้วยตราลายเส้นสีทองเป็นตราสัญลักษณ์ และกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ และ (๓.๔) แก้วน้าลายเส้นปราสาทตาเมือน: ใช้ลายเส้นของปราสาทตาเมือนธมเป็นสัญลักษณ์ และตราลายเส้นสีทองเข้มเป็นตราสัญลักษณ์ พร้อมกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ ๓) การพัฒนารูปแบบการบริการการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า การพัฒนารูปแบบการบริการการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์นั่น ในแต่ละชุมชนปราสาทขอมทั้ง ๔ แห่งแบ่งรูปแบบการท่องเที่ยวออกเป็น ๒ รูปแบบ คือ ๓.๑) รูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนปราสาทขอม: (๑) รูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ใน ๔ ชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย ๑) ชุมชนปราสาทศีขรภูมิ: มีรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยว ประกอบด้วย ช๊อปปิงตลาดชุมชน แวะซื้อกาละแม :ของฝากขึ้นชื่อจากอาเภอศีขรภูมิ และของอร่อยแห่งจังหวัดสุรินทร์ แวะชิม ผักกาดหวาน…ตานานการเกษตรสู่คาขวัญจังหวัดสุรินทร์ : เที่ยวตลาดนัดรักษ์ศีขรภูมิ : เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์จากแหล่งชุมชน และเข้าที่พักโฮมสเตย์อันอบอุ่น ณ ชุมชนปราสาทศีขรภูมิ ๒) ชุมชนปราสาทช่างปี่: มีรูปแบบกิจกรรม ดังนี้ สืบสานตานานงานปั้นหม้อ ชมเตาโบราณบ้านช่างปี่ อันซอมสะเลิกโดงจองใจ หลุมนี้มีรักพักใจ ประดิษฐ์เตยหอม ผูกรักปันใจ ฐานแปรรูปข้าวอินทรีย์ เข้าที่พักโฮมสเตย์อันอบอุ่น ๓) ชุมชนปราสาทภูมิโปน ประกอบด้วย ปั่นใจให้ภูมิโปน นายลอออังกอกระงโอบ หัตถกรรมสวยด้วยมือคุณ น้าพริกถ้วยใหม่สดในกว่าเดิม รูปแบบการท่องเที่ยวที่ ฟ้าร้องน้องสะอื้น จักสานสาราญใจ สวนจินจู กิจกรรมสบู่ลูกตาลเนียงด๊อฮทม และเข้าที่พักโฮมสเตย์อันอบอุ่น ๔) ชุมชนปราสาทตาเมือน: ประกอบด้วยการท่องเที่ยวตลาดนัด ๒ ประเทศ-ไทย/กัมพูชา รูปแบบกิจกรรมขับรถแรลลี่ชมวิถีชุมชนกลุ่มปราสาทตาเมือน รูปแบบโครงการยุวมัคคุเทศก์ และรูปแบบกิจกรรมเข้าที่พักโฮมสเตย์ (๒) รูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ใน ๔ ชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย๑) ปราสาทศีขรภูมิ ประกอบด้วย กิจกรรมไหว้ปราสาทตานานพันปี กิจกรรมสืบสานประเพณีไทยร่วมใจตักบาตรหน้าปราสาทศีขรภูมิ ๒) ปราสาทช่างปี่ ประกอบด้วยกิจกรรมต้องมนต์ศิลา เยี่ยมชมวัตถุโบราณตานานขลัง กิจกรรมหนุ่มสาวร่วมรักปักสะนา และรีรีข้าวสารตานานเจียงแป็ย: ๓) ปราสาทภูมิโปน ประกอบด้วยสืบสานตานานพันปี ประเพณีปะอ๊อกเปรี้ยะแค ลาเจียก มัดใจ ชมแสง สี เสียง ตานานเนียงเด๊าะทม ๔) ปราสาทตาเมือน ประกอบด้วยกิจกรรมเยี่ยมชมปราสาทตาเมือน ไหว้พระศิวะ และ ร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อปราสาทตาเมือน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยและชาวกัมพูชา๓) การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า ในจังหวัดสุรินทร์มีเส้นทางการท่องเที่ยวทางศาสนาศาสนาและวัฒนธรรมคือที่สาหรับใช้สัญจรเที่ยวไปมาของมนุษย์ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจในระยะเวลาสั้น ๆ จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง โดยเส้นทางการท่องเที่ยวปราสาทขอมในงานวิจัยนี้มี ๔ แห่ง คือปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทช่างปี ปราสาทภูมิโปน และปราสาทตาเมือน ในการเดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมหรือไปศึกษาปราสาทศีขรภูมินั้นสามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถไฟและรถโดยสารสาธารณะ เส้นทางการเดินทางมีดังนี้ เส้นทางหลัก รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ การเดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวที่ปราสาทช่างปี่ มีเส้นทางการเดินทางดังนี้ เส้นทางหลัก การเดินทางมาปราสาทช่างปี่ ให้ใช้เส้นทางหมายเลข ๒๒๖ สายสุรินทร์ – ศรีสะเกษ เมื่อเข้าเขตอาเภอศีขรภูมิประมาณกิโลเมตรที่ ๑๙ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร การเดินทางไปปราสาทภูมิโปนนั้นสามารถเดินทางจากตัวจังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นเส้นทางหลักหรือจะใช้เส้นทางรองโดยเมื่อเดินทางมาจากประโคนชัยใช้เส้นทางประโคนชัยเดชอุดมก็ได้ การเดินทางไปชมกลุ่มปราสาทตาเมือน สะดวกที่สุดคือการเดินทางไปด้วยรถยนต์ส่วนตัว ส่วนรถยนต์สาธารณะนั้นไม่ค่อยมีให้บริการการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์มีความเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวปราสาทขอมหรือการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมกับจังหวัดใกล้เคียงเช่นนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษและอุบลราชธานี การพัฒนาคู่มือการท่องเที่ยวเส้นทางชุมชนปราสาทขอมจังหวัดสุรินทร์ นอกจากจะมีประโยชน์ในการเที่ยวปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์แล้วยังได้นาเสนอสถานที่ท่องเที่ยวด้านอื่นที่มีอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ด้วย๔) กลไกการจัดการและเครือข่ายการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า กลไกที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ประกอบด้วย รัฐธรรมนูญนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนส่งเสริมการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวสถานที่โบรารณสถานและการท่องเที่ยวชุมชน กรมศิลปากรณ์โดยพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์ เป็นแหล่งข้อมูลในการให้ความรู้เกี่ยวกับจโบราณสถานโบราณวัตถุและข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ และเป็นหน่วยงานที่คอยดูแลรักษาบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ สนับสนุนงบประมาณให้ชุมชนจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเช่นกิจกรรมบวงสรวงปราสาทขอมการเสริมสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนปราสาทขอมในงานวิจัยนี้ประกอบด้วยชุมชนปราสาทขอม ๔ แห่งคือ ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทช่างปี่ ปราสาทภูมิโปนและปราสาทตาเมือน ซึ่งได้มีการแบ่งประเด็นในการศึกษาประด้วยประเด็นด้านต่าง ๆ ๕ ด้าน ดังนี้ ๑) ด้านบุคคล ๒) ด้านการประสานงานระหว่างเครือข่าย ๓) ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ระหว่างเครือข่าย ๔) ด้านกระบวนการทางาน ๕) ด้านผู้นาวิสัยทัศน์ นโยบายและยุทธศาสตร์การประยุกต์ใช้กระบวนการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวปราสาทขอมสรุปตามเครือข่ายที่มีอยู่เดิมจากการศึกษาสภาพของเครือข่ายการท่องเที่ยวปราสาทขอมจังหวัดสุรินทร์ ด้านการรวมตัวกันและความเป็นอิสระของเครือข่าย การขยายผลการท่องเที่ยวไปยังชุมชนอื่น การเรียนรู้แล้วประสบการณ์ร่วมกัน๕) องค์ความรู้ที่ค้นพบ พบว่า รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากปราสาทขอมใน จังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ รูปแบบการพัฒนา ขอมสุรินทร์-โมเดล (Khmer Surin-Model)อันประกอบด้วยรายละเอียดแต่ละข้อดังนี้ (๑) K= Knowledge คือ การมีองค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นพัฒนาสู่สากล (๒) H =Honesty คือ ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน (๓) M= Morality คือ ยึดหลักสัมมาชีพในการดาเนินธุรกิจ (๔) E= E-commerce คือ สร้างรูปแบบและช่องทางการค้าขายในโลกอินเตอร์เน็ต (๕) R= Resource คือ ทรัพยากร สิ่งที่เป็นต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรม (๖) S= Speech คือ สัมมาวาจา การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ (๗) U= Unity คือ ความเป็นหนึ่งเดียว ความสามัคคีของคนในชุมชน และ (๘) R= Responsibility คือ ความรับผิดชอบต่อตนเองสังคมและส่วนรวม