Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การศึกษาประวัติศาสตร์และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์

ปรัชญา ถิ่นแถว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ชื่อรายงานการวิจัย : การศึกษาประวัติศาสตร์และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ผู้วิจัย : พระปรัชญา ชยวุฑฺโฒ (ถิ่นแถว) และคณะส่วนงาน : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ปีงบประมาณ : ๒๕๖๔ ทุนอุดหนุนการวิจัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง การศึกษาประวัติศาสตร์และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ 2) เพื่อศึกษากิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ 3) เพื่อศึกษาการจัดการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ งานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาเป็นลักษณะการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชุมชนปราสาทขอม จำนวน ๒๖ คน โดยศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับประวัติและกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ รวบรวมข้อมูลและนำข้อมูลมาวิเคราะห์แบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า ๑. ประวัติความเป็นมาของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ จากหลักฐานโบราณคดีที่ขุดพบในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ยังพบแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของชุมชนโบราณยุคโลหะตอนปลายเป็นจำนวนมากแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทั้งศิลปกรรม สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ศาสนา เศรษฐกิจ และการปกครอง และปราสาทหินที่เก่าแก่ที่สุดและมากที่สุดในประเทศไทย ที่สร้างมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อาณาจักรเจนละ ปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์พบว่ามีจำนวน ๓๙ แห่ง ใน ๑๕ อำเภอ ที่ปรากฏว่ามีปราสาทขอมตั้งอยู่ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอกาบเชิง อำเภอปราสาท อำเภอบัวเชด อำเภอศีขรภูมิ อำเภอจอมพระ อำเภอท่าตูม อำเภอสังขะ อำเภอพนมดงรัก อำเภอโนนนารายณ์ อำเภอรัตนบุรี อำเภอเขวาสินรินทร์ อำเภอลำดวน อำเภอสำโรงทาบ และอำเภอสนม ซึ่งในแต่ละแห่งมีสภาพของตัวอาคารและพื้นที่ๆ แตกต่างกัน บางแห่งสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ก็มีหลายแห่งที่สภาพของปราสาทได้ชำรุดอย่างมากและยังไม่มีการบูรณะ ปราสาทขอมบางแห่งมีเพียงเศษหินศิลาแลงและชิ้นส่วนไม่กี่ชิ้นที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นโบราณสถาน ๒. กิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ จากการศึกษาพบว่าปราสาทขอมมีจำนวน ๑๒ แห่งเท่านั้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชน สนับสนุนให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ปราสาทขอม โดยนิยมจัดในรูปแบบของการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการแสดงแสง สี เสียง เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาและตำนานที่เกี่ยวกับปราสาทขอมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กำหนดจัดขึ้นตามกรอบระยะเวลา เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจึงต้องมาในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น เพราะกิจกรรมที่สามารถทำได้ในพื้นที่ชุมชนปราสาทขอมมีกิจกรรมที่จำกัด ซึ่งสามารถทำได้เพียงการถ่ายภาพคู่กับปราสาท การศึกษาประวัติของปราสาทแห่งนั้นๆ และมีบางแห่งที่สามารถเลือกซื้อสินค้าที่มาขายในบริเวณปราสาทได้ ซึ่งปราสาทขอมทั้ง ๑๒ นั้นได้แก่ ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทช่างปี่ ปราสาทบ้านอนันต์ ปราสาทภูมิโปน ปราสาทบ้านจารย์ ปราสาทหมื่นชัย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ปราสาทเบง ปราสาทยายเหงา ปราสาทตามอญ ปราสาทตระเปียงเตีย เป็นต้น ที่สามารถต่อยอดกิจกรรมในพื้นที่และสร้างเศรษฐกิจในชุมชนต่อไป ๓. การจัดการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ จากข้อจำกัดในหลายๆด้านทั้งพื้นที่ และความสมบูรณ์ของตัวปราสาทขอมเอง ส่งผลให้ความน่าสนใจของตัวปราสาทขอมมีน้อยลง การจัดการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ยังคงเป็นหน่วยงานหลักคือสำนักศิลปากรที่ ๑๐ (นครราชสีมา) กรมศิลปากร เป็นเจ้าของพื้นที่ในการบริหารจัดการและจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้เกิดขึ้นในพื้นที่ แต่ด้วยจำนวนของปราสาทขอมทั้งที่ขึ้นทะเบียนแล้วและยังไม่ขึ้นทะเบียนมีประมาณ 39 แห่งนั้น ก็เกินขีดความสามารถของสำนักศิลปากรที่ ๑๐ (นครราชสีมา) กรมศิลปากร บางแห่งจึงได้มอบหมายหน่วยงานองค์การปกครองในท้องถิ่นที่มีขีดความสามารถในการช่วยบำรุงรักษาและสามารถมาช่วยในการบริหารจัดการขั้นต้นเพื่อดูแลพื้นที่ปราสาทขอม จากข้อจำกัดข้างต้น ในจังหวัดสุรินทร์จึงมีปราสาทขอมเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของจังหวัดได้ ซึ่งก็มีข้อจำกัดในหลายๆด้าน เช่น สถานที่ตั้งที่อยู่ห่างไกล สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว การบริการในพื้นที่ปราสาท เป็นต้น โดยปราสาทขอมที่มีศักยภาพโดดเด่นประกอบไปด้วย กลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทภูมิโปน ปราสาทบ้านพลวง ปราสาททนง ปราสาทบ้านไพล ปราสาทยายเหงา ที่ยังคงความสวยงามและสมบูรณ์อยู่ หากได้รับการพัฒนาต่อจะได้รับความสนใจจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะที่มีความสนใจเกี่ยวกับปราสาทขอม ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้คือกลุ่มเฉพาะที่มีจำนวนไม่มากนัก

คำสำคัญ

DevelopmentการพัฒนาCommunityเศรษฐกิจฐานรากEconomic FoundationKhmer Castleชุมชนปราสาทขอม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาบทบาทงานจิตรกรรมภาพคนชนชาติต่าง ๆ ของวัดในฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร : ภาพสะท้อนโลกทัศน์สมัยรัชกาลที่ ๓

ภาณุพงศ์ ชงเชื้อ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2554

เมืองโบราณชัยภูมิ: แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรม

วิฑูรย์ บังสันเทียะ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

การพัฒนาสินค้าและรูปแบบการบริการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์

ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

การประเมินศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนบ้านสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ธวัชชัย บุญมี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

การวิจัยและพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ธวัชชัย บุญมี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

แนวทางการพัฒนาระบบซะกาตจากฐานรากหญ้า: กรณีศึกษาชุมชนโสร่ง ต.เขาตูมอ.ยะรัง จ.ปัตตานี

นินาดีย๊ะห์ อาแย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2558

การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์

พระอธิการเวียง กิตศรีรุ่งโรจน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์

พระครูปริยัติวิสุทธิคุณ (ประจักษ์ จำปาทอง) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จังหวัดนครปฐม : กลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่งในจังหวัดนครปฐม

สุวภา จรดล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2564

การจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาผ้าทอมือ : กรณีศึกษาบ้านหนองโก ตำบลดอนกอก อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

สาวิตรี อกนิษฐ์เสนีย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2558