กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือ เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถคัดแยกได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดต่อผู้บริจาค และมีศักยภาพที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในทางคลินิก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการคัดแยกและการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จำเป็นต้องใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของซีรั่มลูกวัว ซึ่งการใช้ซีรั่มลูกวัวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน รวมทั้งการเกิดปัญหาทางด้านภูมิคุ้มกันต่อโปรทีนจากซีรั่มลูกวัว จากรายงานการศึกษาในระยะหลังได้มีการนำซีรั่มมนุษย์มาใช้ในการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์เพื่อนำไปใช้ในทางคลินิก พบว่าเซลล์ดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากเซลล์ที่เพาะเลี้ยงด้วยน้ำยาที่ผสมซีรั่มลูกวัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานการนำซีรั่มมนุษย์มาใช้ในการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือ การศึกษาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติของเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มมนุษย์ เปรียบเทียบกับเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มลูกวัว รวมถึงการศึกษาความสามารถในการยับยั้งภูมิคุ้มกันของเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มมนุษย์ นอกจากนั้นยังมีการศึกษาถึงส่วนประกอบสำคัญในซีรั่มมนุษย์ที่มีผลต่อการเจริญของเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือ ผลการศึกษาพบว่า เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มมนุษย์มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มลูกวัวทั้งในด้านรูปร่าง การแสดงออกของโมเลกุลบนผิวเซลล์ รวมทั้งความสามารถในการเจริญพัฒนาเป็นเซลล์กระดูกและเซลล์ไขมัน ที่สำคัญคือ เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มมนุษย์มีความสามารถในการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้มากกว่าเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มลูกวัว ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ในด้านการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ซีรั่มมนุษย์ สามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ในด้านของ regenerative medicine รวมทั้งการรักษาภาวะ GvHD ในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกด้วย