Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

โลจิสติกส์และโซ่อุปทานการท่องเที่ยว เลย – หลวงพระบาง

จุไรรัตน์ อาจแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสิ่งอำนวยความสะดวกของ โลจิสติกส์และโซ่อุปทานสำหรับการท่องเที่ยวเลย (ท่าลี่, เชียงคาน) – หลวงพระบาง 2) คาดการณ์ปริมาณนักท่องเที่ยวตามเส้นทางเลย (ท่าลี่, เชียงคาน) – หลวงพระบาง และ 3) ศึกษา จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของโลจิสติกส์และโซ่-อุปทานการท่องเที่ยวเลย (ท่าลี่, เชียงคาน) – หลวงพระบาง ใน 2 เส้นทาง คือ ด่านท่าลี่ – หลวงพระบาง และ ด่านเชียงคาน – หลวงพระบาง การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 28 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ (interview) 2) กลุ่มผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าชายแดนในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ของจังหวัดเลย ไซยะบุลี และหลวงพระบาง จำนวน 9 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม (focus group) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณ เป็นการคาดการณ์นักท่องเที่ยวในอนาคต ใช้ข้อมูลทุติยภูมิที่รวบรวมจากฐานข้อมูลฐานข้อมูลสถิติการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร ระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 – เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 รวม 72 เดือน โดยใช้วิธีการปรับให้เรียบแบบโฮลท?และวินเทอร?ที่มีฤดูกาลเชิงผลคูณ ผลการศึกษา พบว่าสามารถเดินทางได้เพียงเส้นทางเดียวคือเริ่มจากด่านท่าลี่ – หลวงพระบาง เนื่องจากการเดินทางจากจุดผ่านแดนเชียงคานไม่สามารถไปข้ามแขวงไปยังแขวงหลวงพระบางได้ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกของโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสำหรับการท่องเที่ยว 6 ด้าน เป็นดังนี้ 1) ด้านการขนส่งนักท่องเที่ยวจากต้นทางไปสู่ปลายทางมี 2 รูปแบบ คือ (1) ขนส่งด้วยรถโดยสารปรับอากาศระหว่างประเทศ (2) ขนส่งด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถตู้จ้างเหมา ซึ่งเป็นรูปแบบที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้ 2) การดำเนินงานทางบก (การผ่านแดน) มีความสะดวก โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที 3) แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้มีหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ส่วนใหญ่เป็นวัด และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จากเมืองปากลาย ถึงเมืองไซยะบุลี มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง แต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีเป้าหมายเพื่อไปท่องเที่ยวที่เมืองหลวงพระบาง ไม่มีป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยว และการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างลำบาก ส่วนกิจกรรมการท่องเที่ยวมีน้อยส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีท้องถิ่น ซึ่งคล้ายคลึงกับประเพณี 12 เดือนของคนอีสานในประเทศไทย 4) สาธารณูปโภคพื้นฐาน การบริการ และของที่ระลึก แบ่งออกเป็น 5 ด้านดังนี้ (1) ด้านสภาพถนน ป้ายบอกเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยว สภาพถนนทั้ง 2 เส้นทางส่วนใหญ่มีสภาพดี แต่เล็กและคดโค้งตามภูเขา ป้ายบอกเส้นทางชัดเจนแต่ยังขาดป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยว เส้นทาง และระยะทางที่ไปแหล่งท่องเที่ยว (2) ด้านสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากแต่ขนาดเล็ก ประมาณร้อยละ 95 ไม่มีบริการห้องน้ำและร้านสะดวกซื้อ (3) ร้านอาหารและของที่ระลึก ร้านอาหารตามเส้นทางยังมีน้อย เป็นร้านขนาดเล็กในเมืองหลัก โดยเป็นทั้งร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก แต่เมืองไซยะบุลีและเมืองหลวงพระบาง มีร้านอาหารจำนวนมาก มีขนาดใหญ่ ภัตราคารหลายแห่ง และมีร้านขายของที่ระลึกโดยเฉพาะ (4) การบริการทางการเงิน จุดบริการทางการเงิน เช่น ตู้ ATM, จุดบริการแลกเปลี่ยนเงิน, ธนาคาร ตามเส้นทางมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ มีมากขึ้นในเมืองไซยะบุลี ในเมืองหลวงพระบางมีค่อนข้างมาก การซื้อสินค้าและบริการใช้จ่ายเป็นเงินสดใช้ได้ทั้งเงินบาทและเงินกีบ สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็คทรอนิคและบัตรเครดิตได้เฉพาะในเมืองหลวงพระบาง (5) การบริการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว มีเฉพาะเมืองไซยะบุลี และเมืองหลวงพระบาง โดยหน่วยงานราชการ เป็นแผ่นพับ คู่มือนำเที่ยว รวมถึงการให้บริการข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีค่อนข้างมากเฉพาะเมืองหลวงพระบาง ส่วนเมืองไซยะบุลีและเมืองอื่น ๆ มีน้อย และกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการพัฒนาข้อมูล ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5) ที่พัก ตามเส้นทางนี้มีเฉพาะในเมืองหลัก ส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทหรือโฮมเตย์ขนาดเล็ก ทำให้ไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มใหญ่ได้ แต่เมืองไซยะบูลีและเมืองหลวงพระบาง มีที่พักจำนวนมากส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ที่พักที่เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก มีไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนที่พักทั้งหมด 6) การบริการนำเที่ยว ยังไม่มีการให้บริการนำเที่ยว ในเส้นทางนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนลาวในพื้นที่จึงเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวด้วยตนเอง เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวคนไทยที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง บางส่วนจะใช้บริการบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเลย แต่ในเมืองหลวงพระบาง มีบริษัทเอกชน จำนวนมากที่บริการนำเที่ยวซึ่งให้บริการนำเที่ยวเฉพาะแหล่งท่องในเมืองหลวงพระบางเป็นหลัก และมีโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ชัดเจน ผลการคาดการณ์ปริมาณนักท่องเที่ยวด้วยการสนทนากลุ่มของผู้เกี่ยวข้อง พบว่าเส้นทางนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากและมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี และจากการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยว ในเดือนมกราคม 2560 ถึง ธันวาคม 2561 โดยใช้วิธีปรับเรียบแบบโฮลท?และวินเทอร?ที่มีฤดูกาลเชิงผลคูณ พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยในปีพ.ศ. 2560 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดในเดือนธันวาคม จำนวน 4,219 คน รองลงมาคือ ในเดือนเมษายน จำนวน 4,143 คน และในปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดในเดือนธันวาคม จำนวน 4,869 คน รองลงมาคือ ในเดือนเมษายน จำนวน 4,854 คน และตัวแบบนี้มีค่า MAD = 364, MSE = 194,302 และ RMSE = 440 ผลการศึกษา จุดแข็งและโอกาส พบว่า เป็นเส้นทางที่มีทัศนียภาพสวยงามตลอดเส้นทาง มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เนื่องจากมีป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำผุด น้ำตก ตามเส้นทางบางช่วงมีการปลูกพืชอายุสั้น เช่น ผัก ข้าวโพด ถั่ว แตงโม เป็นต้น ซึ่งมีโอกาสพัฒนาเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวให้ผสมผสานกับวิถีชีวิตของชุมชนได้ และควรมีการจัดทำข้อมูลรายละเอียดที่สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวแต่และแห่ง เช่น ที่ตั้ง จุดเด่น ระยะทางจากจุดสำคัญ เป็นต้น ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร การบริการนำเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละช่วงใน 1 ปี สำหรับประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว รวมถึงมีโครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดเลย สปป.ลาว (ไซยะบุลี, หลวงพระบาง) ในการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้จากจังหวัดเลยถึงเมืองหลวงพระบางให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเส้นทางนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เพราะเป็นเส้นทางรถยนต์ที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางจากประเทศไทยเพื่อไปเมืองหลวงพระบาง ขณะเดียวกันการผ่านแดนที่จุดผ่านแดนอำเภอเชียงคาน ก็เป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดในการไปท่องเที่ยวที่วังเวียง แขวงเวียงจันทน์เช่นเดียวกัน และสามารถเดินทางต่อไปที่นครหลวงเวียงจันทน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสามารถผลักดันให้จุดผ่านแดนอำเภอเชียงคานเป็นจุดผ่านแดนสากลได้ จะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น และผลการศึกษาจุดอ่อนและอุปสรรค พบว่า จุดอ่อนที่สำคัญของการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้คือ นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองรอง เช่น เมืองแก่นท้าว เมืองปากลาย และเมืองไซยะบุลี รวมถึงกิจกรรมการท่องเที่ยว ในเมืองเหล่านี้ได้ กิจกรรมการท่องเที่ยวมีน้อยและไม่เป็นที่รู้จัก จึงไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ ทำให้นักท่องเที่ยวกระจุกตัวเฉพาะในเมืองหลวงพระบาง อุปสรรคที่สำคัญที่สุดของการเดินทางในเส้นทางนี้คือ สภาพถนนที่ชำรุด และแคบ ทำให้การเดินทางล่าช้า การขนส่งนักท่องเที่ยว ด้วยระบบขนส่งสาธารณะมีข้อจำกัด จึงต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ส่วนปัญหาที่สำคัญของผู้ประกอบการนำเที่ยวจากประเทศไทยได้แก่ 1) การบริการรถตู้นำเที่ยวที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการนำเที่ยวในราคาที่ถูกกว่า ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานใดมาแก้ปัญหาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ 2) ขาดการบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ซึ่งมีศักยภาพสูงอย่างเป็นรูปธรรม 3) การนำเที่ยวจากจุดผ่านแดนเชียงคานไม่สามารถนำนักท่องเที่ยวที่ข้ามไปเมืองสานะคาม ข้ามต่อไปเมืองปากลาย เพื่อไปเมืองหลวงพระบางได้เนื่องจากไม่ใช่จุดผ่านแดนสากล นักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถเดินทางข้ามแขวงได้ และได้รับการอนุญาตให้อยู่ใน สปป.ลาวได้เพียง 7 วันเท่านั้น

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาศักยภาพและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์

ทวีศักดิ์ แสวงสาย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2557

การพัฒนาศักยภาพเชิงพื้นที่บนฐานนวัตวิถีการท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดพัทลุง

ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

การนำระบบโลจิสติกส์มาพัฒนาเมืองเก่าราชบุรี เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ภฤศญา ปิยนุสรณ์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

รูปแบบและการจัดการการท่องเที่ยวเพื่อสักการะพระธาตุในล้านนา

ประทีป พืชทองหลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559

รูปแบบและการจัดการการท่องเที่ยวเพื่อสักการะพระอริยสงฆ์ในล้านนา

เพราพิลาส ประสิทธิ์บุรีรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559

ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ชุมชนบ้านถ้ำเสือและบ้านแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

จารุณี คงกุล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

การวิเคราะห์ช่องว่าง โอกาส และความเป็นไปได้จากอุปสงค์และอุปทาน การท่องเที่ยวในกลุ่มสามจังหวัดรอง (ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ)

นายพิริยะ ผลพิรุฬห์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2562

ศึกษาศักยภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของชุมชนบ่อสุพรรณ

พิมพ์พรรณ อำพันธ์ทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2563

การศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมตามลำแม่น้ำมูล เส้นทางวัดคูเดื่อ-วัดปากน้ำบุ่งสระพังจังหวัดอุบลราชธานี

กันย์สินี จาฏุพจน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

การพัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลด่านศรีสุขสู่การเป็นผู้ประกอบการทางสังคม

อชิรพัฒน์ สิงห์ทรายขาว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566