กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ลุ่มน้ำทะเลสาบ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามหลักของโลจิสติกส์ท่องเที่ยว ในอดีตจนถึงปัจจุบันได้มีการวิจัยเกี่ยวกับพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบจำนวนไม่น้อยแต่ส่วนใหญ่จะเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้ขาดการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวตามหลักของโลจิสติกส์ ซึ่งส่งผลทำให้ไม่ทราบปัญหาและสาเหตุของนักท่องเที่ยวในเชิงโลจิสติกส์ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้จึงได้ดำเนินการวิจัยบนพื้นฐานแนวคิดของการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ (1) เพื่อสังเคราะห์ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวรอบลุ่มน้ำทะเลสาบ (2) เพื่อออกแบบและพัฒนาการบริหารจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยว การขนส่ง การตลาดและการเงิน (3) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบด้วยการต่อยอดแอปพลิเคชัน มาตะ เมืองลุง และ (4) เพื่อจัดทำแผนการยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ โดยดำเนิน การเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ ด้วยเทคนิคและเครื่องมือวิจัยต่าง ๆ เช่น การประชุมสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ และการตอบแบบสอบถามความคิดเห็นออนไลน์เกี่ยวกับแอปพลิเคชัน ผลิตภัณฑ์ชุมชน เส้นทางท่องเที่ยว ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 243 คน และชาวต่างชาติ จำนวน 34 คน มีความพึงพอใจต่อการใช้และการออกแบบแอปพลิเคชัน มาตะ ลุ่มน้ำ อยู่ในระดับมาก นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 65 คน ที่ได้เข้าร่วมทดลองเที่ยวด้วยรถยนต์ส่วนตัวใน 4 เส้นทางทดลองเที่ยวที่คณะผู้วิจัยได้ออกแบบร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความพึงพอใจในภาพรวมและแต่ละประเด็นอยู่ในระดับมาก ทั้งด้านสถานที่และผลิตภัณฑ์ในเส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ ที่พัก ร้านอาหาร หรือร้านขายของฝากของที่ระลึก รวมถึงด้านการใช้แอปพลิเคชัน มาตะ ลุ่มน้ำ ในการทดลองเที่ยว โดยได้มีข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา การท่องเที่ยวและจัดทำแผนยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบให้กับชุมชนท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness