วัสดุพืชพรรณสำหรับสวนดาดฟ้าบำรุงรักษาต่ำเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลการวิจัยจากฐานข้อมูลวัสดุพืชพรรณสําหรับงานภูมิทัศน์ คัดเลือกพืชพรรณที่มีศักยภาพในการปลูกบนสวนดาดฟ้าแบบบํารุงรักษาต่ำ มีจํานวน 30 ชนิด ตามค่าเกณฑ์การคัดเลือก ได้แก่ 1) ความต้องการแสงแดด 2) ปริมาณน้ำที่ต้องการน้ำ 3) ประเภท และรูปทรง และ 4) ความสูงเมื่อลําดับค่าคะแนนความเหมาะสมได้พืชพรรณเชิงการค่าที่เหมาะสมสําหรับการทดลองวัดค่าประสิทธิภาพเชิงพลังงาน จํานวน 16 ชนิด โดยแบ่งปลูก 2 ครั้ง พืชที่ปลูกครั้งที่ 1 ได้แก่ 1) เข็มญี่ปุ่น 2) ดาดตะกั่ว 3) ผักเป็ดแดง 4) โกสน 5) ผักโขมแดง 7) ฟ้าประดิษฐ์ และ 8) หนวดปลาดุก พืชที่ปลูกครั้งที่ 2 ได้แก่ 9) เกล็ดแก้วใบแหลม 10) หัวใจม่วง 11) ก้ามปูหลุด 12) ริบบิ้นดํา 13) เศรษฐีไซง่อน 14) กระดุมทอง 15) หลิว และ 16) บุษบาฮาวาย ผลการทดลอง พบว่า พืชทุกชนิดที่ปลูกสวนดาดฟ้ามีประสิทธิภาพการลดค่าการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคารได้ แต่ประสิทธิภาพผันแปรในทิศทางลบตามปริมาณรังสีแสงอาทิตย์ ซึ่งมีค่าสูงในฤดูแล้ง และค่าต่ำในฤดูฝน เมื่อคิดเป็นค่าการการประหยัดพลังงานจากค่าภาระการทําความเย็น (Coolingload) ในชั่วโมงการทํางาน 8:30 – 16:30 น พบว่า การใช้ไฟของเครื่องปรับอากาศลดลง คิดเป็นมูลค่าการประหยัดไฟ ได้ 58.18 – 316.56 บาท /วัน /400 ตารางเมตร ผลการวิจัยบ่งชี้ว่า การลดค่าการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร เป็นผลมาจากสัดส่วนพื้นที่ปกคลุมต่อพื้นที่ว่างนอกจากนี้ ความหนาหรือความสูงของพืชพรรณบนสวนดาดฟ้าก็เพิ่มระยะทางการถ่ายเทความร้อนให้นานขึ้น ค่าความร้อนจึงลดลง จะเห็นได้ว่า ต้นโกสน และฟ้าประดิษฐ์ที่มี