การพิสูจน์หาและวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของเอนไซม์ cofactor-independent phosphoglycerate mutase ของพยาธิเส้นด้าย: เป้าหมายใหม่ในการรักษาและการวินิจฉัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
Strongyloides stercoralis หรือพยาธิเส้นด้ายเป็นพยาธิตวักลมที่อาศยัอยู่ในลาไส้เล็กติดต่อโดยการไชเขา้สู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังและก่อให้เกิดโรคพยาธิเส้นด้าน ซึ่งพบได้มากในประเทศเขตร้อน และชิดร้อน รวมทั้งประเทศไทย ในปัจจบันมีผู้ติดเชื้อประมาณ 30-100 ล้านคน ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลกผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่ปรากฏอาการ แต่จะมีการติดเชื้อซ่อนอยู่แบบเรื้อรังได้นานหลายสิบปี การวินิจฉัยในปัจจุบันอาศยัการตรวจหาตัวอ่อนระยะที่ 1 ของพยาธิที่ออกมากับอุจจาระโดยวิธีธรรมดา หรือวิธีเข้มข้น ซึ่งเป็นวิธีที่มีความไวตา และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการจำแนกชนิดของปรสิตภายใต้กล้องจุลทรรศน์ มีการศึกษาต่างๆ ที่ได้พัฒนาวิธีการตรวจหาแอนติบอดี้ที่จะเพาะต่อพยาธิเส้นด้าย โดยใช้แอนติเจนสกดัอย่างหยาบ ซึ่งให้ความไวในการวินิจฉัยสูง (ร้อยละ 73 ถึงร้อยละ 97) อย่างไรก็ตาม การตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อมีข้อเสียคือพบปฏิกิริยาข้ามกลุ่มกับการติดเชื้อปรสิตอื่นๆ เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พยาธิฟิลาเรียและพยาธิปากขอ นอกจากนี้การตรวจหาแอนติบอดีที่จะเพาะต่อเชื้อยังไม่สามารถจำแนกการติดเชื้อปัจจุบันออกจากจากติดเชื้อในอดีตได้เนื่องจากระดับแอนติบอดีจะคงอยู่ในร่างกายของผู้ติดเชื้อได้นาน แม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้ว ซึ่งจากข้อจำกัดในการวินิจฉัยโรคเหล่านี้ทำให้ผู้ติดเชื้อพยาธิเส้นด้ายก็ได้รับการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนหรือล่าช้าส่งผลให้ได้รับการรักษาที่ไม่ทันท่วงทีโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ กว่าปกติมักจะเกิดภาวะการติดเชื้อรุนแรงหรือมีการแพร่กระจายของเชื้อไปอวยัวะอื่นๆ ทั่วร่างกายทำให้ผู้ติดเชื่อมีอาการที่รุนแรงถึงเสียชีวิตได้ในที่สุด จากการที่เอนไซม์ Cofactor-independent phosphoglycerate mutase (iPGM) เป็นเอนไซม์ที่พบได้เฉพาะในหนอนพยาธิเท่าน้นั โดยไม่พบในคน อีกทั้งเอนไซม์ iPGM ในหนอนพยาธิแต่ละชนิดยังแตกต่างกันไป ทำให้เอนไซม์ iPGM จึงเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจในการใช้เป็นแอนติเจนที่จำเพาะในการวินิจฉัยผู้ติดเชื้อพยาธิเส้นด้าย อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีการศึกษารายงานพบยีน ipgm ตลอดจนบทบาทของเอนไซม์ iPGM ในพยาธิเส้นด้ายมาก่อน การศึกษาคร้ังนี้ผู้วิจัยจึงไดท้าการพิสูจน์หา และวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของเอนไซม์ iPGM ในหนอนพยาธิเส้นด้าย โดยจากผลการศึกษาในปี แรกได้ทำการตรวจพบการ แสดงออกของยีน ipgm ในหนอนพยาธิเส้นด้าย และได้ตรวจหาลา ดับนิวคลิโอไทด์ท้งัหมดของยีน ipgm และนำเข้าสู่ฐานข้อมูล Genbank (accession number KY697305) ตลอดจน recombinant iPGM ของพยาธิเส้นด้าย ซึ่งสามารถผลิต recombinant protein ได้ปริมาณมาก และมีความบริสุทธิ์ สูง ใน native form ซึ่งเอนไซม์ที่ผลิตได้นี้จะนำไปทดสอบคุณสมบัติของเอนไซม์ และทดสอบความสามารถในการวินิจฉัยโรคพยาธิเส้นด้ายต่อไปในการศึกษาปีที่ 2 นอกจากนี้ผู้วิจัยได้พัฒนาระบบสัตว์ทดลองสำหรับพยาธิเส้นด้ายของคนได้สำเร็จ โดยใช้ gerbil (Meriones unguiculatus) ที่เป็นสัตว์ทดลองขนาดเล็ก และสามารถคงวงชีวิตของพยาธิเส้นด้ายได้ในสัตว์ทดลอง และเก็บพยาธิเส้นด้ายระยะตัวเต็มวัยแบบปรสิต และรวบรวมพยาธิเส้นด้ายระยะต่างๆ เพื่อศึกษาระดับการแสดงออกของยีน ipgm ในพยาธิเส้นด้ายระยะต่างๆ ต่อไป