การพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบจัดเก็บภาษีทะเบียนทรัพย์สินองค์การ บริหารส่วนตำบล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ 2537 (ปัจจุบันมีการแก้ไขถึงฉบับที่ 3 พ.ศ 2542) ปัจจุบันมีทั้งหมด 6,744 แห่ง (ข้อมูล ณ 30 ส.ค 2545) เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจทำหน้าที่ทั่วไปในการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลที่นำมาใช้ในการพัฒนานั้นได้มาจาก 4 แหล่ง คือ (1) องค์การบริหารส่วนตำบลเก็บภาษีจากประชากรในตำบลเอง ได้แก่ ภาษีโรงเรือน และที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีบำรุงท้องที่ อากรการฆ่าสัตว์และค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (2) ส่วนราชการจัดเก็บให้ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิบัตรและนิติกรรมที่ดิน อากรรังนกนางแอ่น ค่าภาคหลวงและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายป่าไม้ ค่าธรรมเนียมน้ำบาดาล ค่าประทานบัตร ใบอนุญาต และอาชญาบัตร ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติ (แร่, น้ำมัน) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน ภาษีสุรา ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3) รัฐบาลอุดหนุน (4) รายได้อื่น ๆ เช่น ทำกิจการพาณิชย์ เงินบริจาค รายได้จากทรัพย์สินของอบต. การจัดเก็บภาษีของอบต. ในปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานล่าช้า เนื่องจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี ได้แก่ ข้อมูลทะเบียนบุคคลภายในเขตอบต. นั้น ๆ ข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนทรัพย์สิน เป็นต้น มีการจัดเก็บโดยบันทึกลงกระดาษเป็นรายบุคคลและเก็บไว้ในแฟ้มเอกสาร เมื่อครบปีภาษีที่ผู้ที่มีทรัพย์สินภายในเขต อบต. มาชำระภาษี เจ้าหน้าที่ต้องทำการค้นข้อมูลจากแฟ้มเอกสาร เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลนั้นมีทรัพย์สินประเภทใดบ้าง แล้วนำมาคำนวณว่าทรัพย์สินแต่ละประเภทต้องเสียภาษีเท่าไหร่ เมื่อครบกำหนดการชำระภาษี ต้องมีการสรุปข้อมูลเพื่อจัดทำรายการเกี่ยวกับรายได้จากการจัดเก็บภาษี และต้องทราบว่ามีลูกหนี้ที่ค้างชำระภาษีกี่รายเพื่อจัดทำหนังสือทวงหนี้ จากกระบวนการทำงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูล และมีความเสี่ยงในเรื่องเอกสารสูญหายหรือชำรุด อีกทั้งในการคำนวณภาษีแต่ละครั้งอาจมีความผิดพลาดเนื่องจากภาษีแต่ละประเภทมีเงื่อนไขในการชำระภาษีไม่เหมือนกัน