กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
จากสถานการณ์ที่ปรากฎธรรณีพิบัติภัยโดยเลพาะภาคเหนือของประเทศไทยประกอบกับ การเพิ่มขึ้นของประชากรที่สั่งผลให้เกิดการขยายตัวของชน ที่เจ้าไปตั้งที่เริ่มพื้นพื้นพื้นที่เสียงสียงที่เที่ย มากขึ้น ได้ส่งผลกระทบให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกนำมาใช้อย่างมากมายและรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่นั้น ไปพัทธที่สุดนำไปสู่ปัญญทาทวนเสื่อมโทรมของทรัพยากรรรรมชาติและสิ่งแวดล้ยม ใบชณะเป็น ชุมชนที่ขยายตัวจะมีความเสียงต่อมลกระทบจากธรณีพิบัติภัย ดังนั้นกระจายอำนาจจายจึงจาจะจึง นำมาประยุกต์ใช้เพื่อบริหารจัดการในพื้นที่เหล่านี้ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากธรณี พิบัติภัยนั้น ท้องถิ่นยังขาดความพร้อมและความสามารถในการบริหารจัดการ ส่งผลให้ทั้ง กระบวนการและผลลัพธ์ของการบริหารจัดการธรณีพิบัติภัยในปัจจุบันยังคงคลุมเคลือขึ้นอยู่กับ ความหลากพลายของเบทและรูปแบบของการนำไปให้ปฏิบัติ อีกทั้งจารรารงานสถานสถารมที่ ผ่านมาพบว่ามีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก แต่อย่างไรก็ดี การร้างความเต็มแข็งชุมชมพื่อการบริหารจัดการธรณีพิบัติภัยต้างยืน ภายได้แมวทางการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมนี้ได้เปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มทางสังคมอื่นๆ นอกเหนือจากภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วม และได้มีส่วนสร้างโอกาที่ให้กับซุนชนที่จะเที่องที่จะสร้าง ควณเข้มเร็งไมการการบริหารจัดการธรมีพิพิธีธอย่างยั่งยืงยื่นภายใต้แนวทางกราจ และการมีส่วนร่วมด้วยมวทางปฏิบัติที่ไม่เป็นทางการ และบทบาทของตัวกลางสางสามารถพบได้ ทั่วไปและมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการหบดทิศทททงและธรรพรัพย์ของการหว้างความเจ็ง ชุมชนเพื่อการบริทารจัดการรรณีพิบัติภัยอย่างยั่งยืนภายใต้แนวทางการกระจาระนะจและการมี ส่วนร่วม