Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบปริมาณสารออกฤทธิ์ของดอกสายน้ำผึ้งที่ปลูกในประเทศไทยและประเทศจีน

พัฒนพงศ์ จินดามงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ดอกสายน้้าผึ้งจัดเป็นยาสมุนไพรที่มีความส้าคัญอย่างมากและนิยมใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากเข้าประกอบในต้ารับยาจีนได้หลายต้ารับ ใช้รักษาโรคในระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร และโรคผิวหนังบางชนิด ซึ่งประเทศไทยได้น้าเข้าดอกสายน้้าผึ้งจากประเทศจีนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยาและอาหาร ในขณะที่ประเทศไทยมีการปลูกต้นสายน้้าผึ้งเพื่อเป็นไม้ประดับเท่านั้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สกัดสารส้าคัญจากดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศไทยและดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศจีน 2) วิเคราะห์สมบัติทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีของสารที่สกัดได้ และ 3) เปรียบเทียบปริมาณสารออกฤทธิ์ที่ส้าคัญที่พบในดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศไทยและดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศจีน เพื่อเป็นฐานข้อมูลส้าหรับใช้ในการพิจารณาเพิ่มมูลค่าของดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศไทยผลการวิจัย พบว่า 1) การสกัดสารออกฤทธิ์จากดอก น้้าผึ้งด้วยวิธีการหมัก (maceration)ในตัวท้าละลายเอทานอล เฮกเซน เอธิลอะซีเตต และเมทานอล ให้ผลสารสกัดจากการสกัดด้วยเมทานอลมีปริมาณมากที่สุด และสารสกัดจากการสกัดด้วยเอทิลอะซิเตต มีปริมาณน้อยที่สุด 2) จากการตรวจสอบสารสกัดเบื้องต้น พบว่า มีสารกลุ่มแอลคาลอยด์และกลุ่มฟลาโวนอยด์เป็นองค์ประกอบ และเมื่อท้าการตรวจสอบด้วยเทคนิค Infrared spectroscopy พบว่า กราฟของ Infrared spectroscopy มีค่าแสดงหมู่ฟังก์ชันนอลกรุ๊ปที่ใกล้เคียงกัน และ 3) จากการตรวจสอบสารออกฤทธิ์ในสารสกัดดอกสายน้้าผึ้งด้วยวิธีโครมาโทกราฟีชนิดของเหลวแรงดันสูง (HPLC) พบว่า ดอกสายน้้าผึ้ง ที่ปลูกในประเทศไทยและในประเทศจีน มีสารออกฤทธิ์ทั้ง Chlorogenic acid และ Luteolin โดยดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศจีนมีปริมาณของ Chlorogenic acid สูงกว่าดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศไทย ส่วนปริมาณของ Luteolin ของดอกสายน้้าผึ้งที่ปลูกในประเทศไทยมีปริมาณ Luteolin ค่อนข้างใกล้เคียงหรือสูงกว่าดอกสายน้้าผึ้งจีนเล็กน้อย

คำสำคัญ

4.1 สารออกฤทธิ์ (active content)สายน้ำผึ้ง (Honeysuckle)สารออกฤทธิ์ (active content)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตน้ำผึ้งเอกลักษณ์เฉพาะจากดอกดาวกระจายเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพในเชิงพาณิชย์

กัลย์ธีรา สุนทราภิรักษ์กุล สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2566

การผลิตและคุณภาพน้ำผึ้งโพรงในชุมชนเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

นฤมล มีบุญ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2563

นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งในประเทศไทย และการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากผึ้ง

อุไรวรรณ อินต๊ะถา สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

In Vitro Cytotoxicity of Thai Stingless Bee Propolis from Chanthaburi Orchard

ศศิภาวรรณ มาชะนา มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2560

องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของน้ำผึ้งไทยเพื่อการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ

อัญชลี สวาสดิ์ธรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2555

การใช้ผึ้งผสมเกสรสตอรเบอรีเพื่อเพิ่มคุณภาพและผลผลิต

บาจรีย์ ฉัตรทอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

Food plant species from pollen load of honey bee (Apis mellifera) in Nong Khai Province, Thailand

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2562

Phytochemical compositions and antioxidant activities of malaysian stingless bee honey

Universiti Putra Malaysia พ.ศ. 2562

การใช้ผึ้งผสมเกสรสตรอเบอรี่เพื่อเพิ่มคุณภาพและผลผลิต

บาจรีย์ ฉัตรทอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

การวิเคราะห์ละอองเรณูและคุณสมบัติทางเคมีของน้้าผึ้งล้าไยในภาคเหนือของประเทศไทย

รุ่งทิพย์ กาวารี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560