การสำรวจและจัดทำแผนบริหารจัดการระดับชุมชนอย่างยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีที่ยังไม่เป็นที่รู้จักตามแนวชายฝั่งทะเลไทยสำหรับพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียน จัดว่าเป็นความท้าทายสำหรับวงวิชาการเป็นอย่างยิ่ง หากประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมที่ดีจะทำให้ได้ผลประโยชน์ในหลายด้าน เพราะไทยเป็นดินแดนที่มีความสมบูรณ์ทางกายภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทางธรณีวิทยาที่สวยงาม แต่ส่วนใหญ่ยังขาดการบูรณาการ การจัดการ และการทำความเข้าใจกับชุมชนอย่างถูกต้อง อีกประเด็นที่เป็นโจทย์ที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งคือ นักท่องเที่ยวปัจจุบันเกิดความวิตกกังวลว่าแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลไทยในหลายพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อพิบัติภัยชายฝั่งหรือไม่ โจทย์นี้นำไปสู่ความไม่แน่นอนในการวางแผนขยายตัวและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากไม่มีการจัดทำข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ดีและชัดเจนที่อยู่บนพื้นฐานข้อมูลวิชาการที่ถูกต้อง พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหลายแห่งก็จะมีปัญหา ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง คณะผู้วิจัยของโครงการเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดหาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ บวกกับการเพิ่มเรื่องความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากพิบัติภัย ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวจะได้ใช้เป็นข้อมูลบริหารจัดการและตัดสินใจพัฒนาท่องเที่ยวได้อย่างไม่มีข้อกังวล วัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพื้นที่ศักยภาพที่มีความสวยงามและความสมบูรณ์ด้านวิชาการธรณีวิทยาตามแนวชายฝั่งทะเลไทย คัดเลือกพื้นที่ศักยภาพเพื่อวางแผนพัฒนาเชิงพื้นที่และพัฒนาในมิติการมีส่วนร่วมของชุมชน และจัดทำข้อมูลพื้นฐานทางธรณีวิทยาที่นำเสนอภาพรวมความพร้อมของพื้นที่ศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีในอนาคต โดยได้คัดเลือกพื้นที่ดังนี้ พื้นที่ปราณบุรี-สามร้อยยอด จัดได้ว่ามีความสมบูรณ์ของข้อมูลทางวิชาการมากที่สุดในทุกศาสตร์ ปัจจุบันก็เป็นแหล่งอนุรักษ์และศึกษาธรรมชาติอยู่แล้วแต่หากนำข้อมูลธรณีวิทยาไปประยุกต์เป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับพื้นที่ก็จะเป็นประโยชน์ในเชิงวิชาการมากขึ้น พื้นที่บางเบิด-ชุมพร มีความโดดเด่นของแหล่งธรณีวิทยาชายฝั่งเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเนินทรายลมหอบบางเบิดที่อยู่สูงกว่า 20 เมตรจากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ต้องทำการอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาหาความรู้ พื้นที่น้ำแร่ระนอง ผู้วิจัยแนะนำให้ใช้น้ำแร่สำหรับการอุปโภคเท่านั้น เพราะในบางฤดูกาลปริมาณธาตุอันตรายสามารถปะปนมากับน้ำแร่ได้ แม้ว่าผลวิเคราะห์ออกมาว่าปริมาณธาตุอันตรายไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่การดื่มกินโดยไม่มีการกำจัดธาตุอันตรายก็อาจทำให้ธาตุเหเหล่านั้นสะสมอยู่ในร่างกาย ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ พื้นที่เขาหลัก บ้านน้ำเค็ม มีความโดดเด่นคือชายหาดสวยสะอาด เงียบสงบ เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่เพื่อสร้างความตระหนักถึงพิบัติภัยทางธรรมชาติที่เคยเกิดขึ้นอย่างคลื่นสึนามิ เพื่อป้องกันความสูญเสียในอนาคต พื้นที่สุดท้าย คือ เกาะพระทอง ตั้งอยู่ตอนกลางของแนวชายหาดอันดามัน มีข้อเด่นที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความบริสุทธิ์ไว้อย่างดีมากที่สุดเกาะหนึ่งของเมืองไทย มีการค้นพบข้อมูลสึนามิโบราณที่สมบูรณ์แบบ ทำให้พระทองมีคุณค่าอย่างมหาศาลในทางวิชาการธรณีวิทยาของไทยและของโลก สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งศึกษาระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ